ทุเรียนก้านธูป: แยกโรคกิ่งแห้ง เพลี้ยจักจั่นฝอย และมอดเจาะลำต้น

ทุเรียนก้านธูป ไม่ใช่ชื่อโรค แต่เป็นคำที่ชาวสวนใช้เรียกอาการที่ปลายกิ่งแห้งตาย ใบร่วงหมด จนเหลือแต่ก้านเปลือยชี้ขึ้นคล้ายก้านธูป สาเหตุที่พบบ่อยมีสามทาง คือโรคกิ่งแห้งจากเชื้อฟิวซาเรียม เพลี้ยจักจั่นฝอยที่ดูดกินใบอ่อน และมอดเจาะลำต้น ทั้งสามให้ภาพปลายทางคล้ายกันแต่แก้คนละแบบ สิ่งที่ต้องทำก่อนหยิบกรรไกรหรือถังพ่นคือเดินเข้าใต้ทรงพุ่มไปดูว่ากิ่งแห้งจากปลายลงมาหรือต้นทรุดจากโคน
ทุเรียนก้านธูป คืออาการอะไร เกิดจากอะไรได้บ้าง
ทุเรียนก้านธูปคืออาการที่กิ่งแห้งตายจากปลายกิ่งไล่ลงมา ใบปลายกิ่งเหลืองแล้วร่วงจนหมด เหลือแต่ก้านกิ่งเปลือย สาเหตุหลักที่มีรายงานไว้มีสามทาง คือเชื้อราฟิวซาเรียมที่ทำลายท่อลำเลียงในกิ่ง เพลี้ยจักจั่นฝอยที่ทำลายใบอ่อนซ้ำทุกรอบ และมอดเจาะลำต้นที่เปิดแผล
เพราะ "ก้านธูป" เป็นภาษาชาวสวน ไม่ใช่ชื่อโรคในเอกสารวิชาการ คนที่ค้นคำนี้จึงมักเจอคำตอบไม่ตรงกัน บางแหล่งบอกว่าเชื้อรา บางแหล่งบอกว่าแมลง ความจริงคืออาจถูกทั้งคู่ และเกิดพร้อมกันในสวนเดียวได้
โรคกิ่งแห้งทุเรียนจากเชื้อฟิวซาเรียม สังเกตอย่างไร
โรคกิ่งแห้งทุเรียนมีสาเหตุจากเชื้อรา Fusarium solani ที่ทำลายเนื้อไม้ในกิ่งจนท่อลำเลียงน้ำและอาหารเสียหาย น้ำจากรากขึ้นไปเลี้ยงปลายกิ่งไม่ได้ ใบปลายกิ่งจึงเหลืองและร่วง แล้วกิ่งแห้งไล่ลงมาหากิ่งล่าง ตามข้อมูลของกรมส่งเสริมการเกษตร
งานศึกษาเชื้อสาเหตุจากแหล่งปลูกภาคตะวันออกรายงานว่า เชื้อนี้เจริญได้ดีที่อุณหภูมิ 25–30 องศาเซลเซียส ในสภาพมืด และที่ความเป็นกรดด่างประมาณ 6–7 เมื่อปลูกเชื้อลงบนกิ่งทดลอง กิ่งเกิดแผลช้ำสีน้ำตาลอมม่วงก่อน แล้วจึงแห้ง ใบเหลืองและร่วงตามมา นี่คือเหตุผลที่สวนพุ่มทึบและมีความชื้นค้างในพุ่มช่วงฝนชุก มักพบอาการหนักกว่าสวนพุ่มโปร่ง
จุดที่ควรมองบนกิ่งที่สงสัย
- รอยช้ำหรือแผลสีน้ำตาลคล้ำบนเปลือกกิ่ง มักอยู่ต่ำกว่าส่วนที่แห้งไปแล้ว
- เฉือนเปลือกบาง ๆ ใต้แผล ถ้าเนื้อไม้เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล แสดงว่าท่อลำเลียงถูกทำลายแล้ว
- คราบเส้นใยราบนเปลือกกิ่งด้านในพุ่ม จุดที่แดดไม่ถึงและชื้นนานที่สุด
- ถ้าแห้งกระจายเป็นกิ่ง ๆ ไม่ใช่ทั้งต้นพร้อมกัน จะเข้ากับโรคกิ่งแห้งมากกว่า

เพลี้ยจักจั่นฝอยทุเรียนทำให้ยอดเหลือแต่ก้านได้จริงไหม
ได้จริง เพลี้ยจักจั่นฝอยทุเรียน (Amrasca durianae) ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดน้ำเลี้ยงจากใบอ่อน ทำให้ใบบิดงอ ขอบใบไหม้คล้ายถูกน้ำร้อนลวก และใบอ่อนหลุดร่วง เมื่อแตกใบอ่อนรอบใหม่แล้วถูกทำลายซ้ำทุกรอบ ปลายกิ่งจะเหลือแต่ก้านเปลือยในที่สุด
จุดสำคัญคือแมลงชนิดนี้ทำงานเฉพาะช่วงใบอ่อน ไม่ใช่ใบแก่ ช่วงที่ต้องเฝ้าระวังที่สุดจึงเป็นหลังฝนชะและต้นเริ่มแทงยอดใหม่ รายงานสถานการณ์การระบาดศัตรูไม้ผลปี 2569 ของกรมส่งเสริมการเกษตรระบุว่าพบการระบาดของเพลี้ยจักจั่นฝอยในพื้นที่ปลูกทุเรียน 11 จังหวัด
ความต่างที่สังเกตได้ชัดคือ เพลี้ยจักจั่นฝอยทำให้เสียหายที่ใบอ่อน โดยเปลือกกิ่งยังปกติและเนื้อไม้ไม่เปลี่ยนสี ถ้าเฉือนเปลือกแล้วเนื้อไม้ยังขาวสะอาด แต่ใบอ่อนไหม้ม้วนทุกรอบที่แตกยอด แปลว่าปัญหาอยู่ที่แมลง

มอดเจาะลำต้นทุเรียน เกี่ยวกับกิ่งแห้งตรงไหน
เกี่ยวโดยตรง เพราะรอยเจาะเป็นประตูให้เชื้อเข้าเนื้อไม้ ข้อมูลด้านกีฏวิทยาของกรมวิชาการเกษตรระบุว่ามอดเจาะลึกราว 2–3 เซนติเมตร มักพบที่โคนต้นและกิ่งใหญ่ สังเกตจากรูพรุนและขุยละเอียดคล้ายขี้เลื่อยที่ปากรู และในต้นเล็กอาจทำให้ต้นตายได้
ยังมีรายงานจากต่างประเทศว่ามอดกลุ่มนี้อาศัยร่วมกับเชื้อราฟิวซาเรียม จึงเป็นไปได้ว่ามอดเป็นช่องทางให้เชื้อโรคกิ่งแห้งเข้าสู่กิ่ง ซึ่งอธิบายว่าทำไมการพ่นสารป้องกันโรคอย่างเดียวจึงเอาไม่อยู่ถ้ายังไม่จัดการมอด รายงานสถานการณ์ศัตรูไม้ผลปี 2569 ระบุว่าพบมอดเจาะลำต้นทุเรียนระบาดใน 5 จังหวัด พื้นที่ 144.75 ไร่
แยกทุเรียนก้านธูปจากโรครากเน่าโคนเน่าอย่างไร
ดูสองอย่างคือทิศทางของอาการและสภาพโคนต้น โรคกิ่งแห้งทำให้กิ่งแห้งจากปลายไล่ลงมาเป็นกิ่ง ๆ โดยโคนต้นยังปกติ ส่วนรากเน่าโคนเน่าจากเชื้อ Phytophthora palmivora จะมีแผลสีน้ำตาลเข้มฉ่ำน้ำที่โคนต้น ใบร่วงทั้งต้น และอาจยืนต้นตาย ตามข้อมูลของกรมวิชาการเกษตร
เรื่องนี้สำคัญเพราะชาวสวนไม่น้อยเข้าใจว่ากิ่งแห้งเกิดจากเชื้อไฟทอฟธอราชนิดเดียวกับรากเน่าโคนเน่า แต่เมื่อแยกเชื้อจากกิ่งแห้งในห้องปฏิบัติการ เชื้อที่พบเด่นคือฟิวซาเรียม ถ้าวินิจฉัยผิด สารที่เลือกใช้ก็ผิดทางทั้งหมด หากอาการเข้าทางโคนต้นมากกว่า อ่านแนวทางได้ในบทรากเน่าโคนเน่าทุเรียน
| สาเหตุ | ตำแหน่งที่เริ่ม | สิ่งที่พบเมื่อดูใกล้ | สิ่งที่ต้องทำก่อน |
|---|---|---|---|
| โรคกิ่งแห้ง (ฟิวซาเรียม) | ปลายกิ่งไล่ลงมา เป็นกิ่ง ๆ | แผลช้ำน้ำตาลอมม่วง เนื้อไม้ใต้แผลเปลี่ยนสี | ตัดกิ่งเป็นโรคไปทำลายนอกสวน เปิดพุ่ม |
| เพลี้ยจักจั่นฝอย | ใบอ่อนทุกรอบที่แตกยอด | ใบอ่อนบิดงอ ขอบใบไหม้ ใบร่วง เปลือกกิ่งปกติ | สำรวจใบอ่อนตั้งแต่เริ่มแทงยอด |
| มอดเจาะลำต้น | โคนต้นและกิ่งใหญ่ | รูพรุน มีขุยละเอียดคล้ายขี้เลื่อยที่ปากรู | จัดการมอดก่อน แล้วค่อยดูแลแผล |
| รากเน่าโคนเน่า (ไฟทอฟธอรา) | ราก โคนต้น ลามขึ้น | แผลน้ำตาลเข้มฉ่ำน้ำที่โคนต้น ใบร่วงทั้งต้น | แก้การระบายน้ำที่โคนต้นเป็นอย่างแรก |
เดินสำรวจสวนอย่างไรให้เจอก่อนกิ่งแห้งลงมาถึงกิ่งใหญ่
ต้องเดินเข้าใต้ทรงพุ่มและมองขึ้น ไม่ใช่มองจากขอบแปลง เพราะอาการเริ่มที่ปลายกิ่งด้านในและด้านล่างของพุ่มซึ่งแดดไม่ถึงก่อน กรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำให้สำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะช่วงฝนชุกที่ความชื้นในพุ่มเอื้อให้เชื้อเข้าทำลาย
- มองทรงพุ่มจากใต้ต้นขึ้นไป หาปลายกิ่งที่ใบร่วงจนเหลือก้าน
- ไล่จากปลายที่แห้งลงมาหาจุดที่ยังสด เพื่อหาขอบเขตของแผล
- เฉือนเปลือกบาง ๆ ใต้ขอบแผลเพื่อดูสีเนื้อไม้
- ตรวจโคนต้นและกิ่งใหญ่หารูพรุนและขุยของมอด
- ถ้าต้นแตกใบอ่อน พลิกดูใต้ใบหาตัวเพลี้ยจักจั่นฝอยด้วย
ควรทำเครื่องหมายต้นที่สงสัยไว้ด้วยเทปหรือสีสเปรย์ เพื่อกลับมาดูซ้ำว่าอาการลามหรือหยุด เพราะกิ่งแห้งหนึ่งกิ่งอาจมาจากกิ่งหักเก่า ไม่ใช่โรค
จัดการทุเรียนก้านธูปแบบผสมผสาน ทำอะไรก่อนหลัง
ลำดับที่ถูกคือลดความชื้นในพุ่มก่อน แล้วตัดส่วนที่เป็นโรคไปทำลายนอกสวน จากนั้นจัดการแมลงพาหะ และปิดท้ายด้วยการบำรุงให้แตกใบชุดใหม่ กรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำให้ตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่ง กำจัดวัชพืชลดความชื้น และไม่ปลูกถี่เกินไป เพราะความชื้นที่ค้างในพุ่มคือเงื่อนไขที่ทำให้เชื้อทำงานได้
- เปิดพุ่ม ตัดกิ่งที่ซ้อนทับและกิ่งในพุ่มที่ไม่ให้ผล ให้ลมผ่านและแดดถึงพื้นใต้ต้น
- ตัดและกำจัด ตัดกิ่งแห้งลงมาต่ำกว่าขอบแผลจนถึงเนื้อไม้ที่สะอาด แล้วนำออกไปทำลายนอกสวน
- จัดการแมลง ถ้าพบรูมอดให้จัดการมอดก่อนดูแลแผล และถ้าอยู่ช่วงใบอ่อนให้คุมเพลี้ยจักจั่นฝอยในช่วงนั้นโดยเฉพาะ ชนิดสารและอัตราให้ยึดตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตรและฉลาก และสลับกลุ่มสารลดการดื้อยา
- ฟื้นต้น เมื่อหยุดการลามได้แล้วจึงบำรุงให้แตกใบชุดใหม่ ใช้หลักเดียวกับการฟื้นต้นทุเรียนหลังเก็บเกี่ยว คือสร้างใบให้สมบูรณ์ก่อนคิดถึงรอบดอก
จังหวะสำคัญไม่น้อยกว่าวิธี ถ้าต้นยังมีกิ่งแห้งลามอยู่แล้วเร่งเปิดตาดอกทุเรียนต่อทันที ต้นต้องแบ่งอาหารไปเลี้ยงดอกขณะที่ท่อลำเลียงยังเสียหาย ผลคือดอกไม่สมบูรณ์และต้นทรุดอีก ยอมเสียรอบดอกหนึ่งรอบเพื่อรักษาต้นมักคุ้มกว่า
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อเจอทุเรียนก้านธูป
ข้อผิดพลาดที่ทำให้อาการกลับมาซ้ำคือตัดกิ่งไม่ลึกพอ ทิ้งกิ่งที่ตัดไว้ในสวน พ่นสารโดยไม่รู้ว่าสาเหตุเป็นเชื้อหรือแมลง และปล่อยพุ่มทึบไว้เหมือนเดิม ทั้งสี่อย่างไม่ได้แก้เงื่อนไขที่ทำให้เกิดอาการ
- ตัดตรงรอยแห้งพอดี เชื้อลามในเนื้อไม้ไกลกว่าที่ตาเห็น จึงเหลือเชื้อไว้ในตอกิ่ง
- กองกิ่งที่ตัดไว้ใต้ต้น กิ่งเป็นโรคที่ชื้นใต้ต้นคือแหล่งเชื้อที่รอฝนรอบหน้า
- พ่นสารโรคพืชทั้งที่ปัญหาคือแมลง ถ้าเปลือกกิ่งปกติแต่ใบอ่อนไหม้ทุกรอบ ปัญหาอยู่ที่เพลี้ยจักจั่นฝอย
- ใช้กรรไกรร่วมกันทั้งสวน โดยไม่ทำความสะอาด ทำให้พาเชื้อไปสู่ต้นที่ยังดี
เคสจริงจากแปลง
สองเคสด้านล่างมาจากคำถามที่เกษตรกรทักมาถามทีมเราเอง เล่าแบบไม่ระบุตัวบุคคลและเฉพาะสิ่งที่บันทึกไว้จริง แนวทางต่อท้ายเป็นหลักวิชาการ ไม่ใช่ผลที่เกิดในแปลงจริง
เคสที่ 1 สวนทุเรียนในจังหวัดอุดรธานี
เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในจังหวัดอุดรธานีทักเข้ามาถามเรื่องอาการก้านธูปในสวนโดยตรง ข้อมูลที่บันทึกไว้มีเท่านี้ ไม่ได้ระบุจำนวนไร่ อายุต้น หรือจำนวนต้นที่พบ สำหรับกรณีแบบนี้ หลักวิชาการที่ควรยึดคือแยกให้ออกก่อนว่ากิ่งแห้งจากปลายลงมาหรือต้นทรุดจากโคน การด่วนสรุปว่าเป็นโรคกิ่งแห้งโดยไม่ตรวจโคนต้นและรูมอดก่อน อาจทำให้พลาดสาเหตุที่แก้ได้ง่ายกว่า
เคสที่ 2 ทุเรียนต้นเล็กอายุ 2 ปี
อีกรายแจ้งว่าปลูกทุเรียนต้นเล็กอายุ 2 ปี โดยข้อมูลที่บันทึกไว้ไม่ได้ระบุจังหวัด พื้นที่ หรืออาการที่พบในสวน สำหรับต้นเล็กอายุเท่านี้ หลักวิชาการที่ควรยึดคือตรวจรูมอดที่โคนต้นเป็นพิเศษ เพราะข้อมูลของกรมวิชาการเกษตรระบุว่ามอดเจาะลำต้นในทุเรียนต้นเล็กอาจทำให้ต้นตายได้ และการเร่งให้แตกยอดใหม่โดยที่ยังมีรูมอดค้างอยู่ ก็เท่ากับสร้างใบอ่อนไปให้แมลงรอบใหม่ทำลายซ้ำ
คำถามที่พบบ่อย
ทุเรียนก้านธูปรักษาหายไหม
ต้นที่ยังมีใบเหลือพอและกิ่งแห้งยังไม่ลามถึงกิ่งใหญ่มีโอกาสฟื้นได้ โดยตัดกิ่งที่เสียหายไปทำลายนอกสวน เปิดพุ่มให้โปร่ง จัดการแมลงพาหะ แล้วบำรุงให้แตกใบชุดใหม่ แต่กิ่งที่แห้งตายแล้วจะไม่กลับมาเขียว สิ่งที่ทำได้คือหยุดการลามและสร้างทรงพุ่มใหม่แทน
โรคกิ่งแห้งทุเรียนระบาดช่วงไหน
ช่วงฝนชุกคือช่วงที่ต้องเฝ้าระวังมากที่สุด เพราะความชื้นที่ค้างในทรงพุ่มเอื้อให้เชื้อเข้าทำลายแผลได้ง่าย งานศึกษาเชื้อสาเหตุรายงานว่าเชื้อเจริญได้ดีที่อุณหภูมิ 25–30 องศาเซลเซียสและในสภาพมืด ซึ่งตรงกับสภาพในพุ่มทึบพอดี
ตัดกิ่งทุเรียนก้านธูปควรตัดลึกแค่ไหน
ควรตัดต่ำกว่าขอบแผลลงมาจนถึงเนื้อไม้ที่ยังสะอาดไม่เปลี่ยนสี เพราะเชื้อลามไกลกว่าส่วนที่แห้งให้เห็น วิธีตรวจคือเฉือนเปลือกบาง ๆ ไล่ลงมาจนเจอเนื้อไม้ปกติ แล้วตัดต่ำกว่านั้น และทำความสะอาดกรรไกรก่อนย้ายต้น
เพลี้ยจักจั่นฝอยทุเรียนสำรวจตอนไหน
สำรวจทุกครั้งที่ต้นเริ่มแทงใบอ่อน เพราะแมลงชนิดนี้เข้าทำลายเฉพาะระยะใบอ่อน ไม่ทำลายใบแก่ ให้พลิกดูใต้ใบอ่อนและสังเกตใบที่บิดงอหรือขอบใบไหม้ ถ้าพบตั้งแต่ใบยังคลี่ไม่สุดจะคุมได้ทันก่อนใบร่วงทั้งยอด
แหล่งอ้างอิง
- กรมส่งเสริมการเกษตร: ชาวสวนทุเรียนระวังโรคกิ่งแห้ง เหตุเชื้อราในช่วงฝน
- กรมส่งเสริมการเกษตร: สถานการณ์การระบาดศัตรูพืชที่สำคัญ ศัตรูไม้ผล ปี 2569
- กรมวิชาการเกษตร: โรคของทุเรียนและสาเหตุ
- คลังความรู้เกษตรกร สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์: ระวังโรคกิ่งแห้งทุเรียน
- วารสารเกษตร: ปัจจัยทางสรีรวิทยาต่อการเจริญของ Fusarium solani สาเหตุโรคกิ่งแห้งของทุเรียน
สรุป
ทุเรียนก้านธูปเป็นอาการปลายทางที่มาจากสาเหตุต่างกันได้สามทาง คือโรคกิ่งแห้งจากเชื้อฟิวซาเรียม เพลี้ยจักจั่นฝอยที่ทำลายใบอ่อนซ้ำทุกรอบ และมอดเจาะลำต้นที่เปิดแผลให้เชื้อเข้า การแก้จึงเริ่มจากเดินเข้าใต้ทรงพุ่มดูว่ากิ่งแห้งจากปลายลงมาหรือต้นทรุดจากโคน เฉือนเปลือกดูสีเนื้อไม้ และตรวจรูมอดให้ครบ ก่อนตัดกิ่ง เปิดพุ่มให้โปร่ง แล้วค่อยบำรุงให้แตกใบชุดใหม่ รอบดอกยอมช้าได้ แต่ต้นที่เสียไปเอาคืนยากกว่ามาก
หากต้องการคำแนะนำให้เหมาะกับแปลงของคุณ ทักทีมงานได้ที่นี่
เกี่ยวกับผู้เขียน →