ยาคุมหญ้าข้าวโพด: พ่นตอนไหน ดินชื้นแค่ไหน และทำไมคุมไม่อยู่

โดย · เผยแพร่ 28 ตุลาคม 2569
ยาคุมหญ้าข้าวโพด: พ่นตอนไหน ดินชื้นแค่ไหน และทำไมคุมไม่อยู่

ยาคุมหญ้าข้าวโพดจะได้ผลหรือไม่ ตัดสินกันที่สามเรื่อง คือพ่นให้ทันก่อนวัชพืชงอก ผิวดินมีความชื้นพอให้สารจับเป็นชั้นสม่ำเสมอ และคิดอัตราต่อไร่ให้ถูกไม่ใช่กะเอาต่อถัง ช่วงที่ต้องคุมให้อยู่จริง ๆ คือราว 13-25 วันหลังข้าวโพดงอก ตามเอกสารของสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครสวรรค์ ถ้าหลุดช่วงนี้ หญ้าจะแย่งน้ำแย่งปุ๋ยตอนที่ข้าวโพดกำลังสร้างต้น และผลผลิตจะหายไปเงียบ ๆ

ยาคุมหญ้ากับยาฆ่าหญ้าในไร่ข้าวโพด ต่างกันอย่างไร

สารคุมวัชพืชก่อนงอกพ่นลงผิวดินตอนหญ้ายังไม่โผล่ เพื่อสกัดเมล็ดไม่ให้งอก ส่วนสารกำจัดวัชพืชหลังงอกต้องพ่นให้ถูกใบหญ้าที่ขึ้นมาแล้ว สองกลุ่มนี้ใช้แทนกันไม่ได้ ถ้าหญ้าเขียวทั้งแปลงแล้วยังพ่นสารคุม ก็เสียทั้งค่าสารและเสียจังหวะที่ควรลงมือ

สารกลุ่มคุมก่อนงอกที่พบในคำแนะนำของทางราชการ เช่น อะลาคลอร์ อะทราซีน และเพนดิเมทาลิน ส่วนกลุ่มหลังงอกที่ใช้กันมากคือนิโคซัลฟูรอน อะทราซีนทำได้ทั้งคุมเมล็ดและฆ่าวัชพืชต้นเล็ก แต่ยิ่งหญ้าโต ประสิทธิภาพยิ่งลด

พาราควอตถูกยกเลิกการใช้ในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2563 แปลงที่เคยพึ่งการพ่นล้างแปลงก่อนปลูกจึงต้องวางแผนเป็นชุด และต้องอ่านฉลากว่าสารนั้นอนุญาตให้ใช้กับข้าวโพดชนิดใด เพราะสารที่ใช้กับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้ อาจห้ามใช้กับข้าวโพดหวาน

ต้องคุมหญ้าในไร่ข้าวโพดช่วงไหน ถึงจะไม่เสียผลผลิต

ช่วงที่ข้าวโพดอ่อนแอต่อการแข่งขันของวัชพืชมากที่สุดคือระยะ 13-25 วันหลังงอก ตามเอกสารข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครสวรรค์ ถ้าแปลงสะอาดผ่านช่วงนี้ไปได้ ต้นข้าวโพดจะโตคลุมแถวและกดวัชพืชได้เอง แต่ถ้าปล่อยให้หญ้าคุมช่วงนี้ ผลผลิตจะลดแบบกู้คืนไม่ได้

เหตุผลคือรากข้าวโพดช่วงนั้นยังหาอาหารได้ในวงแคบ พอหญ้าขึ้นแทรกถี่ ปุ๋ยรองพื้นจะถูกแบ่งไปเลี้ยงหญ้าและความชื้นในดินหมดเร็ว ต้นที่ถูกแย่งในระยะสร้างต้นจะตั้งลำเล็กกว่าปกติ

งานวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์พบว่า เพนดิเมทาลิน นิโคซัลฟูรอน และอะทราซีน ควบคุมวัชพืชในข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้ดีถึง 60 วันหลังพ่น โดยไม่กระทบผลผลิต แปลว่าถ้าเริ่มถูกจังหวะก็ไม่ต้องพ่นซ้ำไปเรื่อย ๆ ส่วนทางปฏิบัติคือเดินดูแปลงทุก 5-7 วันนับจากวันปลูก เพราะตอนที่ยืนมองจากคันแปลงแล้วเห็นหญ้าเขียว มักเลย 25 วันไปแล้ว และแปลงที่ปลูกต่อจากนาต้องยึดวันปลูกให้แน่ตามแนวในข้าวโพดหลังนา เพราะวันปลูกที่เลื่อนจะเลื่อนช่วงคุมหญ้าตามไป

พ่นยาคุมหญ้าข้าวโพดตอนไหน ดินต้องชื้นแค่ไหน

พ่นหลังปลูกให้เร็วที่สุดขณะผิวดินยังชื้นพอเหมาะและวัชพืชยังไม่งอก คำแนะนำของสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครสวรรค์ระบุอัตราไว้ว่า ใช้อาทราซีน 90% ชนิดเกล็ด 300-450 กรัมต่อไร่ หรืออะลาคลอร์ 48% ชนิดน้ำ 500-700 ซีซีต่อไร่ ผสมน้ำ 60-80 ลิตรต่อไร่ พ่นหลังปลูกขณะดินมีความชื้น

ความชื้นพอเหมาะดูง่าย ๆ คือกำดินผิวหน้าขึ้นมาปั้นเป็นก้อนได้ แต่ไม่แฉะติดมือ ถ้าดินแห้งเป็นผงฝุ่น สารจะค้างบนผิวและยังไม่ออกฤทธิ์จนกว่าจะได้น้ำ ซึ่งเมล็ดหญ้าก็รอฝนอยู่เหมือนกัน พอฝนมาจึงงอกพร้อมกันทั้งแปลง ถ้าดินแฉะมีน้ำขัง สารจะไหลไปกองตามร่องต่ำและบางเกินไปตรงสันแปลง หญ้าจะงอกทะลุตรงรอยที่ชั้นสารขาดก่อน

ข้อห้ามที่พลาดกันบ่อยคือพ่นแล้วพรวนหรือคราดดินทับ เพราะชั้นสารจะถูกกลบและเปิดหน้าดินให้เมล็ดหญ้าชุดล่างงอกแทน งานกำจัดวัชพืชด้วยเครื่องมือต้องเสร็จก่อนพ่น

ต้นกล้าข้าวโพดงอกเป็นแถวบนดินที่เตรียมละเอียด สภาพดินที่ยาคุมหญ้าข้าวโพดทำงานได้เต็มที่
ดินที่เตรียมละเอียด เรียบ และยังมีความชื้น คือสภาพที่สารคุมวัชพืชก่อนงอกจับผิวดินได้ดีที่สุด

เตรียมดินแบบไหนให้ยาคุมหญ้าข้าวโพดทำงานได้เต็มที่

ดินต้องละเอียด เรียบ และไม่มีเศษซากพืชคลุมหนา เพราะสารคุมต้องแตะผิวดินจริงจึงสร้างชั้นสกัดการงอกได้ แนวเตรียมดินข้าวโพดของศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ กรมวิชาการเกษตร ระบุว่าไถ 1 ครั้ง ตากดิน 7-10 วัน แล้วพรวน 1 ครั้งก่อนปลูก

การตากดินไม่ใช่การรอเปล่า ๆ เมล็ดวัชพืชและหัวใต้ดินที่ไถพลิกขึ้นมาจะแห้งตายไปส่วนหนึ่ง เท่ากับลดจำนวนเมล็ดที่สารต้องรับมือตั้งแต่ก่อนปลูก ส่วนก้อนดินใหญ่จะเหลือช่องว่างให้ละอองตกไม่ถึงดินด้านล่าง เมล็ดในซอกนั้นจึงงอกได้ตามปกติ แปลงที่ไม่ไถหรือมีตอซังคลุมหนาจึงควรวางแผนเก็บงานด้วยสารหลังงอกไว้ด้วย

หญ้างอกไปแล้ว ต้องใช้สารแบบไหน พ่นระยะไหน

เมื่อหญ้างอกแล้วต้องเปลี่ยนไปใช้สารกำจัดวัชพืชหลังงอก และพ่นตอนหญ้ายังเล็ก งานวิจัยในต่างประเทศพบว่าสารหลังงอกได้ผลดีเมื่อวัชพืชสูงเพียง 5-10 เซนติเมตร ยิ่งปล่อยให้โต ใบยิ่งหนาและสารซึมเข้าได้น้อย จนหลายคนแก้ด้วยการเพิ่มอัตราเอง ซึ่งเสี่ยงต่อข้าวโพดมากกว่าจะได้ผล

นิโคซัลฟูรอนเป็นสารหลังงอกที่ใช้มากในข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ แต่ต้องดูระยะต้นให้ตรงกับฉลาก เพราะศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์เตือนว่าการพ่นนิโคซัลฟูรอนเมื่อข้าวโพดอายุ 20 วันหลังงอก ทำให้ใบซีดเป็นแถบและใบย่น และเกิดกับข้าวโพดบางพันธุ์ พันธุ์ที่เพื่อนบ้านพ่นแล้วไม่มีปัญหาจึงไม่ได้รับประกันแปลงเรา

หัวข้อ สารคุมวัชพืชก่อนงอก สารกำจัดวัชพืชหลังงอก
จังหวะพ่น หลังปลูก ก่อนวัชพืชงอก หลังวัชพืชงอก ขณะยังสูง 5-10 ซม.
สิ่งที่ต้องมีจึงได้ผล ผิวดินละเอียด ชื้นพอเหมาะ ไม่มีเศษซากคลุม ใบวัชพืชเปิดรับละออง ลมสงบ ไม่มีฝนชะหลังพ่น
สาเหตุที่ล้มเหลวบ่อย ดินแห้งเป็นผง พ่นแล้วพรวนทับ พ่นไม่สม่ำเสมอ พ่นช้าตอนหญ้าโต เพิ่มอัตราเอง พ่นไม่โดนใบ
ข้อควรระวังต่อข้าวโพด อัตราสูงเกินในดินเนื้อหยาบ ต้นชะงักช่วงแรก พ่นผิดระยะใบหรือผิดพันธุ์ ใบซีดเป็นแถบและใบย่น
หญ้าขึ้นระหว่างแถวข้าวโพดต้นเล็ก ช่วงที่ยาคุมหญ้าข้าวโพดเริ่มคุมไม่อยู่
หญ้าที่เริ่มขึ้นแทรกระหว่างแถวคือสัญญาณว่าชั้นสารคุมหมดฤทธิ์ ต้องเปลี่ยนไปใช้สารหลังงอกหรือเครื่องมือทันที

ข้าวโพดใบย่น ใบซีดเป็นแถบหลังพ่นยา เกิดจากอะไร

อาการแบบนี้ส่วนใหญ่มาจากตัวสารกำจัดวัชพืชเอง ไม่ใช่โรคหรือแมลง ศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ระบุว่าการพ่นนิโคซัลฟูรอนเมื่อข้าวโพดอายุ 20 วันหลังงอกทำให้ใบซีดเป็นแถบและใบย่นในบางพันธุ์ ส่วนสาร 2,4-ดี ที่ปลิวมาจากแปลงข้างเคียงทำให้โคนต้นปริหัก ใบแห้ง และใบม้วนพันกันจนคลี่ไม่ออก

วิธีแยกคือดูรูปแบบการกระจาย อาการจากสารมักเกิดพร้อมกันเป็นแถบตามทางที่เครื่องพ่นเดินผ่าน หรือไล่ตามทิศลมจากแปลงข้างเคียง และเริ่มเห็นภายในไม่กี่วันหลังพ่น ขณะที่โรคและแมลงมักเริ่มจากจุดใดจุดหนึ่งแล้วลุกลามต่อเนื่อง อาการใบม้วนจาก 2,4-ดี ยังคล้ายการขาดธาตุแคลเซียม จึงควรย้อนถามเพื่อนบ้านก่อนสรุปว่าขาดธาตุ

ต้นเหตุที่หาไม่เจอบ่อยที่สุดคือถังพ่นที่ไม่ได้ล้าง สารตกค้างอย่างไกลโฟเซตจากงานก่อนทำให้ข้าวโพดเสียหายได้แม้ปริมาณน้อยมาก จึงควรล้างถังด้วยน้ำสะอาดสามรอบทุกครั้งที่เปลี่ยนชนิดสาร ส่วนละอองปลิวคุมได้ด้วยการเลือกเวลาและสภาพลม อ่านได้ในฉีดพ่นตอนไหนดี

คิดอัตรายาคุมหญ้าข้าวโพดต่อถังอย่างไรไม่ให้พลาด

อัตราบนฉลากเป็นอัตราต่อไร่ ไม่ใช่ต่อถัง ต้องรู้ก่อนว่าเครื่องพ่นใช้น้ำกี่ลิตรต่อไร่ แล้วจึงคิดว่าหนึ่งถังพ่นได้กี่ไร่ ถ้าใช้น้ำ 80 ลิตรต่อไร่ ถัง 200 ลิตรจะพ่นได้ 2.5 ไร่ และต้องใส่สารเท่ากับอัตราต่อไร่คูณ 2.5 ไม่ใช่ใส่ตามจำนวนฝาที่เคยชิน

คำแนะนำของราชการระบุปริมาณน้ำสำหรับสารคุมก่อนงอกไว้ที่ 60-80 ลิตรต่อไร่ ซึ่งค่อนไปทางมากเมื่อเทียบกับงานพ่นใบ เพราะสารต้องคลุมผิวดินเป็นชั้นต่อเนื่อง ถ้าลดน้ำลงเพื่อให้พ่นเร็วขึ้น ชั้นสารจะขาดและหญ้าจะงอกตรงรอยนั้น วิธีวัดอัตราน้ำจริงของเครื่องที่ใช้อยู่ อ่านได้ในพ่นยาใช้น้ำกี่ลิตรต่อไร่

ข้อผิดพลาดที่ทำให้ยาคุมหญ้าข้าวโพดไม่ได้ผล

ปัญหาคุมไม่อยู่มักไม่ได้มาจากสารไม่ดี แต่มาจากจังหวะ สภาพดิน และวิธีคิดอัตรา ข้อผิดพลาดที่เจอซ้ำ ๆ มีไม่กี่ข้อ และแก้ได้โดยไม่ต้องเพิ่มต้นทุน

  1. พ่นตอนดินแห้งเป็นผง แล้วหวังว่าฝนจะมาช่วยในอีกหลายวัน
  2. พรวนหรือคราดดินทับหลังพ่นสารคุม ทำให้ชั้นสารบนผิวดินขาด
  3. คิดอัตราต่อถังตามความเคยชิน โดยไม่รู้ว่าเครื่องพ่นใช้น้ำกี่ลิตรต่อไร่
  4. พ่นสารหลังงอกผิดระยะใบ หรือใช้กับชนิดข้าวโพดที่ฉลากไม่ได้ระบุไว้

เคสจริงจากแปลง

สองเคสนี้มาจากคำถามที่เข้ามาในแชทของทีมเราจริง เล่าแบบไม่ระบุตัวตนและเฉพาะสิ่งที่ผู้ปลูกถามเข้ามา ส่วนแนวทางต่อท้ายเป็นหลักวิชาการที่ควรยึด

เคสที่ 1 ผู้ปลูกข้าวโพดที่จังหวัดเลย ถามอัตราใช้กับถัง 1,000 ลิตร

คำถามที่เข้ามาคือจะผสมกับยาฆ่าหญ้าข้าวโพดได้หรือไม่ และใช้อัตราเท่าไรกับถังพ่น 1,000 ลิตร

สำหรับกรณีแบบนี้ หลักวิชาการที่ควรยึดคือคิดจากพื้นที่ก่อนเสมอ สมมติเครื่องพ่นใช้น้ำ 80 ลิตรต่อไร่ ถัง 1,000 ลิตรจะครอบคลุม 12.5 ไร่ ปริมาณสารที่ใส่ลงถังจึงเท่ากับอัตราต่อไร่คูณ 12.5 ไม่ใช่ตัวเลขที่จำมาจากถังขนาดอื่น และก่อนผสมสารสองชนิดในถังเดียวต้องอ่านฉลากว่าระบุให้ผสมร่วมกันได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ระบุให้แยกพ่น

เคสที่ 2 ผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่จังหวัดลพบุรี เตรียมรอบปลูกใหม่แบบน้ำหยด

รายนี้แจ้งว่ากำลังจะเริ่มรอบปลูกใหม่เป็นข้าวโพดระบบน้ำหยด และถามเรื่องการผสมกับยาฆ่าหนอน โดยยังรอให้ปลูกก่อนจึงจะตัดสินใจ

สำหรับกรณีแบบนี้ หลักวิชาการที่ควรยึดมีสองข้อ ข้อแรก สารคุมวัชพืชก่อนงอกต้องพ่นขณะดินมีความชื้นพอเหมาะ แต่ระบบน้ำหยดให้ความชื้นเฉพาะแนวสายน้ำ ผิวดินนอกแนวจะแห้งกว่า จังหวะที่เหมาะจึงเป็นหลังเดินน้ำรอบแรกให้ผิวดินในแถวปลูกชื้นแล้วค่อยพ่น ข้อที่สอง สารคุมหญ้าพ่นลงดินหลังปลูกทันที ส่วนยาฆ่าหนอนพ่นเมื่อสำรวจพบการเข้าทำลายถึงเกณฑ์ตัดสินใจ การรวบเป็นถังเดียวจึงมักทำให้สารตัวใดตัวหนึ่งพ่นผิดจังหวะ

คำถามที่พบบ่อย

ยาคุมหญ้าข้าวโพดพ่นได้ถึงกี่วันหลังปลูก

ควรพ่นหลังปลูกทันทีขณะดินยังชื้นและวัชพืชยังไม่โผล่ ถ้าเลยไปจนเห็นหญ้าใบเลี้ยงขึ้นแล้ว ประโยชน์จะเหลือน้อยมาก เพราะกลไกของสารกลุ่มนี้คือสกัดการงอก ไม่ใช่ฆ่าต้นที่งอกแล้ว กรณีนั้นต้องเปลี่ยนไปใช้สารหลังงอกภายในช่วง 13-25 วันหลังข้าวโพดงอก

พ่นยาคุมหญ้าข้าวโพดแล้วฝนตก ต้องพ่นซ้ำไหม

ขึ้นกับว่าฝนแรงแค่ไหน ฝนเบาที่ช่วยพาสารลงผิวดินถือว่าเป็นผลดีกับสารคุมก่อนงอก แต่ฝนหนักจนน้ำไหลบ่าเป็นทางจะพาสารไปกองที่ร่องต่ำและเปิดช่องให้หญ้างอก ให้เดินดูแปลงที่ 7-10 วัน ถ้าเห็นหญ้างอกเป็นหย่อมตามรอยน้ำไหล ให้แก้เฉพาะจุดนั้น

ข้าวโพดใบขาวเป็นแถบหลังพ่นยาคุมหญ้า แก้ได้ไหม

ใบชุดที่เสียแล้วแก้ไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าต้นจะตาย ให้ดูแลน้ำและปุ๋ยให้ต้นฟื้น แล้วติดตามว่าใบที่แตกใหม่ปกติหรือไม่ ถ้าอาการยังเดินต่อควรให้เจ้าหน้าที่เกษตรในพื้นที่ช่วยดู และรอบถัดไปให้ตรวจระยะใบที่ฉลากอนุญาตกับพันธุ์ที่ใช้

ยาคุมหญ้าข้าวโพดผสมกับปุ๋ยทางใบหรือยาฆ่าแมลงได้ไหม

อย่าผสมถ้าฉลากไม่ได้ระบุว่าผสมร่วมกันได้ นอกจากเรื่องการเข้ากันทางเคมี จังหวะใช้ยังต่างกัน สารคุมหญ้าพ่นลงดินหลังปลูก ส่วนปุ๋ยทางใบและยาฆ่าแมลงพ่นตามระยะพืชและผลการสำรวจ ถ้าเกิดปัญหาก็แยกไม่ออกว่าตัวไหนเป็นต้นเหตุ

แหล่งอ้างอิง

สรุป

ยาคุมหญ้าข้าวโพดไม่ใช่ของที่พ่นเมื่อไรก็ได้ผล แต่ขึ้นกับจังหวะและสภาพดินเป็นหลัก พ่นหลังปลูกขณะผิวดินชื้นพอเหมาะก่อนวัชพืชงอก เตรียมดินให้ละเอียด อย่าพรวนทับหลังพ่น คิดอัตราจากจำนวนไร่ไม่ใช่จำนวนถัง และถ้าหญ้างอกแล้วให้เปลี่ยนไปใช้สารหลังงอกตอนหญ้าสูงไม่เกิน 10 เซนติเมตร ทำให้ครบช่วง 13-25 วันหลังงอก แปลงจะสะอาดพอให้ข้าวโพดคลุมดินเองได้ตลอดฤดู

หากต้องการคำแนะนำให้เหมาะกับแปลงของคุณ ทักทีมงานได้ที่นี่

พงษ์ปกรณ์ เศรษฐ์คุณาธิป — ผู้ดูแลแบรนด์เอฟอชและทีมให้คำปรึกษาเกษตรกร เขียนจากคำถามและปัญหาที่เจอในแปลงลูกค้าจริง
เกี่ยวกับผู้เขียน →
← กลับไปหน้าบทความ