หนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด: วิธีสังเกต เกณฑ์ตัดสินใจพ่น และการจัดการ

โดย · เผยแพร่ 25 กันยายน 2569
หนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด: วิธีสังเกต เกณฑ์ตัดสินใจพ่น และการจัดการ

หนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดคุมได้ด้วยหลักสามข้อ คือ สำรวจให้เจอตั้งแต่ตัวยังเล็ก ตัดสินใจพ่นจากจำนวนต้นที่ถูกทำลายไม่ใช่จากความรู้สึก และพ่นให้ละอองลงไปในยอดซึ่งเป็นที่ที่หนอนหลบอยู่จริง ช่วงที่ต้องเฝ้าระวังหนักที่สุดคือตั้งแต่ข้าวโพดงอกจนถึงอายุประมาณ 30–43 วัน ซึ่งศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ กรมวิชาการเกษตร ระบุว่าเป็นช่วงที่ระบาดสูงสุด และเกณฑ์ตัดสินใจพ่นที่ใช้กันทั่วโลกคือพบต้นถูกทำลาย 20% ในระยะยอดอ่อน

หนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดคืออะไร ทำไมระบาดเร็ว

หนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดคือหนอนผีเสื้อกลางคืนต่างถิ่นที่ปักหลักในไทยแล้ว กินพืชได้กว่า 80 ชนิดแต่ชอบข้าวโพดที่สุด วงจรชีวิตครบรอบเพียง 30–40 วัน แม่ผีเสื้อตัวหนึ่งวางไข่ได้ราว 1,500–2,000 ฟอง ครั้งละ 100–200 ฟองเป็นกลุ่ม จึงเพิ่มจำนวนเร็วมาก

ศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ กรมวิชาการเกษตร ระบุว่า ระยะไข่ 2–3 วัน ระยะหนอนมี 6 วัย รวม 14–22 วัน ระยะดักแด้ 7–13 วัน ตัวเต็มวัย 10–21 วัน เท่ากับข้าวโพดหนึ่งรุ่นอาจเจอหนอนสามรุ่นซ้อนกัน ผีเสื้อเริ่มวางไข่ตั้งแต่ต้นอายุ 2–3 วันหลังงอก ทั้งบนใบ ใต้ใบ และลำต้น กลุ่มไข่มีขนคล้ายปุยสีน้ำตาลอ่อนปกคลุม

ที่ทำให้จัดการยากคือหนอนวัยกลางถึงวัยแก่มุดอยู่ในยอดอ่อนซึ่งละอองยาเข้าถึงยากที่สุด และออกหากินตอนเย็นถึงกลางคืน หลายคนจึงเดินแปลงตอนสายแล้วเห็นแต่ใบขาดเป็นรูโดยไม่เห็นตัวหนอน

อาการหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด สังเกตอย่างไรให้ทัน

อาการแรกสุดคือรอยขูดผิวใบเป็นจุดหรือขีดสีขาวใส เห็นได้ตั้งแต่ข้าวโพดอายุ 6–7 วัน เกิดจากหนอนวัยเล็กที่รวมกลุ่มแทะผิวใบชั้นบน เมื่อโตเป็นวัย 3–6 จะกัดจนใบขาดเป็นรู และทิ้งมูลคล้ายขี้เลื่อยไว้ในยอด ซึ่งเป็นสัญญาณชัดที่สุด ไล่ดูตามลำดับนี้ เพราะแต่ละอย่างบอกอายุของหนอน

  • กลุ่มไข่มีขนปกคลุม บนใบ ใต้ใบ หรือลำต้น แปลว่าแม่ผีเสื้อเพิ่งเข้าแปลง เหลือเวลา 2–3 วันก่อนหนอนฟัก
  • รอยขูดผิวใบสีขาวใส แปลว่าหนอนวัย 1–2 กำลังกินอยู่ เป็นจังหวะที่จัดการง่ายและคุ้มที่สุด
  • ใบขาดเป็นรู ขอบขรุขระ เรียงเป็นแถวเมื่อใบคลี่ออก แปลว่าหนอนกินตั้งแต่ใบยังม้วนในยอด
  • มูลคล้ายขี้เลื่อยเปียกในยอด เป็นหลักฐานว่าหนอนยังอยู่ในต้นนั้น ไม่ใช่รอยเก่า
  • ยอดเหี่ยวหรือยอดขาด ในสภาพร้อนแห้ง หนอนอาจลงกัดโคนต้นจนยอดเหี่ยวเหมือนถูกตัด

หนอนโตเต็มที่ยาว 3.2–4.0 เซนติเมตร จุดที่ใช้แยกจากหนอนชนิดอื่นคือรอยคล้ายตัว Y หัวกลับบนส่วนหัว และจุดสีเข้ม 4 จุดเรียงเป็นสี่เหลี่ยมบนปล้องท้าย ๆ เรื่องนี้สำคัญเพราะหนอนเจาะลำต้นอยู่ในลำต้นซึ่งพ่นทางใบไม่ถึงตัว ส่วนชนิดนี้อยู่ในยอด ถ้าวินิจฉัยผิด วิธีพ่นก็ผิดตาม

แปลงข้าวโพดระยะยอดอ่อน ช่วงที่ต้องเฝ้าระวังหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดหนักที่สุด
ระยะยอดอ่อนต้องเดินดูถี่ที่สุด เพราะหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดหลบในกรวยยอดที่ละอองยาเข้าถึงยากที่สุด

ข้าวโพดอายุเท่าไหร่เสี่ยงที่สุด

ช่วงที่ต้องป้องกันหนักที่สุดคือตั้งแต่ข้าวโพดงอกจนถึงอายุประมาณ 30–43 วัน ซึ่งศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ กรมวิชาการเกษตร ระบุว่าเป็นช่วงระบาดสูงสุด เพราะยอดคลี่ใบเร็ว มีที่ให้หนอนหลบเยอะ และเป็นช่วงที่ต้นสร้างใบเลี้ยงฝัก

อายุข้าวโพด สิ่งที่เกิดขึ้น จุดที่ต้องเดินดู
2–7 วัน แม่ผีเสื้อเริ่มวางไข่ พบรอยขูดผิวใบสีขาวตอนอายุ 6–7 วัน ใต้ใบและลำต้นส่วนล่าง
8–20 วัน หนอนวัยเล็กเข้ายอด ถ้าคลุกเมล็ดไว้จะคุมได้ถึงราวอายุ 18–20 วัน ยอดอ่อนกลางต้น
ถึงราว 30–43 วัน ปิดท้ายช่วงระบาดสูงสุด หนอนวัย 3–6 กัดยอดจนใบขาดรูใหญ่ ในยอด ดูมูลคล้ายขี้เลื่อย
ก่อนออกดอก หนอนกัดช่อเกสรตัวผู้ กระทบการผสมเกสร ช่อดอกบนยอด
ออกไหม–ติดฝัก หนอนกัดไหมและเจาะฝัก ติดเมล็ดไม่เต็มและเปิดทางให้เชื้อราเข้า ปลายฝักและโคนไหม

ยิ่งข้าวโพดโตขึ้น ต้นทุนการพ่นยิ่งสูงและผลยิ่งน้อย เพราะทรงพุ่มปิด ละอองลงยอดยาก และหนอนตัวโตทนสารกว่าวัยเล็กหลายเท่า

ฝักข้าวโพดระยะออกไหมติดฝัก จุดที่หนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดย้ายไปกัดไหมและเจาะฝัก
เมื่อเข้าระยะออกไหมติดฝัก หนอนจะย้ายจากยอดไปกัดไหมและเจาะปลายฝัก จุดที่ต้องเดินดูจึงเปลี่ยนเป็นปลายฝักและโคนไหม

สำรวจแปลงข้าวโพดอย่างไร และพ่นเมื่อไหร่ถึงคุ้ม

เดินแปลงเป็นรูปตัว W สุ่มหยุด 5 จุด จุดละ 10 ต้นติดกัน รวม 50 ต้น แล้วนับว่ากี่ต้นมีร่องรอยหนอนสดที่ยอด คู่มือการจัดการแบบผสมผสานของ FAO ใช้เกณฑ์ว่าระยะยอดอ่อนตอนต้นให้ลงมือเมื่อพบต้นถูกทำลาย 20% และระยะยอดอ่อนตอนปลายเมื่อพบยอดถูกทำลาย 40% พร้อมพบหนอนวัยเล็กในยอด

ตัวเลข 20% แปลว่าสำรวจ 50 ต้นแล้วพบร่องรอยหนอนสด 10 ต้นขึ้นไปก็ถึงจุดที่ควรพ่น ส่วน 40% คือ 20 ต้นจาก 50 ต้น ถ้ายังต่ำกว่าเกณฑ์ให้เดินซ้ำอีก 3–4 วันแล้วนับใหม่ เพราะการพ่นทุกครั้งมีค่าสาร ค่าแรง ค่าน้ำมัน และเร่งให้หนอนดื้อสาร

เวลาเดินนับ ต้องแยกรอยเก่ากับหนอนที่ยังอยู่ให้ออก ใบขาดเป็นรูอาจเป็นรอยจากรุ่นก่อนที่เข้าดักแด้ไปแล้ว ตัวชี้วัดที่ดีที่สุดคือมูลสดในยอดและตัวหนอนที่เขี่ยเจอจริง

จัดการหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดแบบผสมผสานทำอย่างไร

วางหลายด่านซ้อนกัน เริ่มจากคลุกเมล็ดเพื่อคุมช่วง 18–20 วันแรก ตามด้วยสำรวจสม่ำเสมอ ใช้ชีวภัณฑ์เมื่อหนอนยังวัยเล็ก และเก็บสารเคมีไว้ใช้เมื่อถึงเกณฑ์ พร้อมสลับกลุ่มกลไกการออกฤทธิ์

ด่านที่ 1 คลุกเมล็ดก่อนปลูก

กรมวิชาการเกษตรแนะนำคลุกเมล็ดด้วยไซแอนทรานิลิโพรลผสมไทอะมีทอกแซม อัตรา 7 มิลลิลิตรต่อเมล็ดพันธุ์ 1 กิโลกรัมในข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และ 8 มิลลิลิตรต่อกิโลกรัมในข้าวโพดหวาน ป้องกันได้ถึงอายุราว 18–20 วัน หลังจากนั้นต้องอาศัยการสำรวจ

ด่านที่ 2 ชีวภัณฑ์ในช่วงหนอนวัยเล็ก

เชื้อบีที สายพันธุ์ไอซาไว หรือเคอร์สตากี อัตรา 80 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นทุก 4–7 วัน เป็นทางเลือกที่กรมวิชาการเกษตรแนะนำ ได้ผลดีกับหนอนวัยเล็กที่กำลังกินใบ ควรพ่นช่วงเย็นเพราะแสงแดดทำให้เชื้อเสื่อมเร็ว และไม่ควรผสมกับสารด่างจัด

ด่านที่ 3 สารเคมีเมื่อถึงเกณฑ์

เมื่อสำรวจแล้วเกินเกณฑ์ ให้เลือกสารตามคำแนะนำกรมวิชาการเกษตร และสลับกลุ่มเมื่อต้องพ่นซ้ำ

ชื่อสาร อัตราต่อน้ำ 20 ลิตร หมายเหตุ
สไปนีโทแรม 12% SC 20 มิลลิลิตร ออกฤทธิ์ดีกับหนอนในยอด
อีมาเมกตินเบนโซเอต 1.92% EC 20 มิลลิลิตร ซึมผ่านใบ ใช้ได้กับหนอนที่หลบลึก
คลอร์ฟีนาเพอร์ 10% SC 30 มิลลิลิตร กลไกต่างจากสองตัวแรก เหมาะใช้สลับ และเป็นพิษต่อศัตรูธรรมชาติน้อย
อินดอกซาคาร์บ 15% SC 30 มิลลิลิตร ออกฤทธิ์ช้ากว่า ต้องให้เวลาประเมินผล

พ่นห่างกันประมาณ 7 วันเมื่อยังพบการระบาด และไม่ใช้สารกลุ่มกลไกเดียวกันเกิน 2–3 ครั้งติดกัน เพราะหนอนชนิดนี้ดื้อสารเร็วมาก การสลับกลุ่มไม่ใช่สลับยี่ห้อ แต่คือสลับกลไกการออกฤทธิ์ ให้ดูรหัสกลุ่มสารบนฉลาก

ด่านที่ 4 ตัดวงจรระหว่างรุ่น

อย่าปล่อยตอข้าวโพดและวัชพืชตระกูลหญ้าไว้ในแปลงนานหลังเก็บเกี่ยว เพราะเป็นที่อาศัยของหนอนและดักแด้ไปถึงรุ่นหน้า การไถกลบตอช่วยลดจำนวนตั้งต้นของรุ่นถัดไปได้มาก

พ่นอย่างไรให้ละอองลงถึงยอด

หัวใจของการพ่นคุมหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดคือละอองต้องตกลงในกรวยยอด ไม่ใช่แค่เคลือบผิวใบด้านนอก ใช้หัวฉีดกรวยกลวงเล็งลงกลางยอดแนวดิ่ง เดินช้ากว่าปกติ และพ่นช่วงเย็นที่หนอนขึ้นมาหากินและลมสงบ

ปริมาณน้ำสำคัญไม่แพ้ตัวสาร ถ้าน้ำน้อยเกินไป ละอองจะแห้งก่อนถึงยอดหรือเกาะแต่ใบบนสุด ในข้าวโพดต้นเล็กถึงกลาง ถังพ่นสะพายหลังที่เล็งลงยอดตรง ๆ มักได้ผลดีกว่าพ่นคลุมด้วยน้ำน้อย เรื่องช่วงเวลา อุณหภูมิ และลม อ่านเพิ่มใน ฉีดพ่นตอนไหนดี และถ้าอยากทบทวนขั้นตอนตั้งแต่ผสมจนล้างถัง มีสรุปไว้ใน เทคนิคการพ่นสารที่ถูกต้อง

โดรนใช้น้ำต่อไร่ต่ำกว่าถังพ่นมาก ละอองจึงค้างบนใบบนมากกว่าไหลลงก้นยอด เหมาะกับการคลุมพื้นที่กว้างตอนทรงพุ่มยังไม่ปิด ไม่ใช่ใช้แทนการพ่นลงยอด อ่านเพิ่มใน การใช้โดรนเกษตรอย่างถูกต้อง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเวลาจัดการหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด

ข้อผิดพลาดที่ทำให้เสียเงินมากที่สุดมีสี่อย่าง คือพ่นตามรอยเก่าโดยไม่ดูว่าหนอนยังอยู่ไหม พ่นคลุมผิวใบแทนพ่นลงยอด ใช้สารกลุ่มเดิมซ้ำจนหนอนดื้อ และรอจนใบขาดเป็นรูใหญ่ค่อยลงมือ

  • พ่นกลางวันแดดจัด ละอองระเหยเร็ว สารเสื่อมไว และหนอนยังหลบในยอด
  • เพิ่มอัตราสารแทนแก้วิธีพ่น ปัญหาส่วนใหญ่อยู่ที่ละอองไม่ถึงตัวหนอน การเพิ่มอัตราจึงเร่งให้ดื้อสารเปล่า ๆ
  • ผสมหลายอย่างในถังเดียวโดยไม่ทดสอบ เช่นผสมชีวภัณฑ์กับสารที่เป็นด่างจัด ทำให้เชื้อตายก่อนถึงแปลง
  • เดินสำรวจแต่ริมแปลง ริมแปลงมักถูกทำลายหนักกว่ากลางแปลง ถ้านับแค่ริม เกณฑ์จะเกินเสมอ พ่นถี่เกินจำเป็น

ถ้าไม่แน่ใจว่าใบซีดใบเหลืองมาจากหนอนหรือธาตุอาหาร ลองเทียบกับ อาการขาดธาตุอาหารจากใบพืช ก่อนตัดสินใจ

เคสจริงจากแปลง

จากแชทที่เกษตรกรทักเข้ามาหาทีมเรา สองคำถามเรื่องข้าวโพดที่ได้รับไม่ได้เริ่มที่ว่าใช้ยาอะไรดี แต่เริ่มที่ผสมยังไงและพ่นเท่าไหร่ถึงพอ ขอเล่าสองเคสแบบไม่ระบุตัวตน

เคสที่หนึ่ง เกษตรกรจังหวัดนครราชสีมา ปลูกข้าวโพด 7 ไร่ ทักมาถามว่าต้องใช้อัตราเท่าไหร่ เพราะหนึ่งรอบพ่นใช้น้ำ 400 ลิตรสำหรับ 7 ไร่ สำหรับกรณีแบบนี้ ให้ยึดอัตราต่อน้ำ 20 ลิตรบนฉลากเป็นตัวตั้ง แล้วคูณตามจำนวนถัง น้ำ 400 ลิตรเท่ากับ 20 ถัง ก็คูณ 20 เท่า ไม่ใช่กะจากจำนวนไร่ และเล็งหัวฉีดลงกลางยอดมากกว่าพ่นกวาดผ่าน ๆ

เคสที่สอง เกษตรกรที่ปลูกข้าวโพดร่วมกับข้าว มันสำปะหลัง และอ้อย พื้นที่ราว 30–40 ไร่ แจ้งว่าพ่นด้วยโดรนโดยใช้น้ำ 150 ลิตร และยังไม่มีทั้งสารกำจัดหนอนและสารคุมไข่หนอนในมือ คำแนะนำตามหลักวิชาการคือสำรวจแปลงก่อนซื้อสารใด ๆ เดินนับให้ครบ 5 จุด จุดละ 10 ต้น แล้วดูว่าถึงเกณฑ์ 20% หรือยัง ถ้าถึงแล้วและข้าวโพดยังต้นเล็กถึงกลาง ให้ใช้ถังพ่นเล็งลงยอดเฉพาะจุดที่พบระบาด แทนพ่นคลุมทั้ง 40 ไร่ด้วยน้ำ 150 ลิตร ซึ่งได้น้ำต่อไร่น้อยเกินกว่าจะพาละอองลงก้นยอด

ทั้งสองเคสยังไม่มีข้อมูลผลกลับมา จึงเล่าได้แค่ปัญหาที่ถามและแนวทางตามหลักวิชาการ จุดร่วมของทั้งสองเคสคือคำถามเริ่มที่อัตราผสมและปริมาณน้ำ ขณะที่ขั้นตอนสำรวจและเกณฑ์ตัดสินใจ ซึ่งไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม ควรมาก่อน

คำถามที่พบบ่อย

หนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดดูยังไงว่าไม่ใช่หนอนชนิดอื่น

ดูสองจุดคือรอยคล้ายตัว Y หัวกลับบนส่วนหัว และจุดสีเข้ม 4 จุดเรียงเป็นสี่เหลี่ยมบนปล้องท้องปล้องท้าย ๆ หนอนโตเต็มที่ยาว 3.2–4.0 เซนติเมตร ถ้าพบทั้งสองลักษณะและหนอนอยู่ในยอดพร้อมมูลคล้ายขี้เลื่อย ยืนยันได้ว่าใช่ตัวนี้

ต้องพบกี่ต้นถึงควรพ่นสารกำจัดหนอนกระทู้ข้าวโพด

คู่มือของ FAO ใช้เกณฑ์ 20% ของต้นที่สำรวจในระยะยอดอ่อนตอนต้น และ 40% ในระยะยอดอ่อนตอนปลาย ในทางปฏิบัติคือสุ่ม 5 จุด จุดละ 10 ต้น รวม 50 ต้น ถ้าพบร่องรอยหนอนสด 10 ต้นขึ้นไปในต้นเล็กถือว่าถึงเกณฑ์ ถ้าต่ำกว่านั้นให้เดินสำรวจซ้ำอีก 3–4 วัน

ข้าวโพดอายุกี่วันต้องเฝ้าระวังหนอนกระทู้มากที่สุด

ช่วงตั้งแต่งอกจนถึงอายุประมาณ 30–43 วันเป็นช่วงที่ระบาดสูงสุดตามข้อมูลศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ กรมวิชาการเกษตร ควรเริ่มเดินดูตั้งแต่อายุ 6–7 วันซึ่งเห็นรอยขูดผิวใบสีขาวจากหนอนวัยเล็ก และเฝ้าต่อจนถึงระยะออกไหมติดฝักที่หนอนจะย้ายไปกัดไหมและเจาะฝัก

คลุกเมล็ดข้าวโพดกันหนอนกระทู้ได้นานแค่ไหน

การคลุกเมล็ดตามคำแนะนำกรมวิชาการเกษตรป้องกันการทำลายได้ตั้งแต่ปลูกจนถึงอายุประมาณ 18–20 วัน โดยใช้อัตรา 7 มิลลิลิตรต่อเมล็ด 1 กิโลกรัมในข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และ 8 มิลลิลิตรต่อกิโลกรัมในข้าวโพดหวาน หลังพ้นช่วงนั้นต้องอาศัยการสำรวจแปลงแทน

พ่นสารกำจัดหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดแล้วไม่ตาย เพราะอะไร

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือละอองไม่ลงถึงยอดซึ่งเป็นที่หนอนหลบอยู่ รองลงมาคือหนอนโตถึงวัยแก่จึงทนสารมากขึ้น และการใช้สารกลุ่มกลไกเดิมซ้ำจนเกิดความต้านทาน ทางแก้คือเล็งหัวฉีดลงกลางยอด พ่นช่วงเย็น และสลับกลุ่มกลไก ไม่ใช่เพิ่มอัตราสาร

แหล่งอ้างอิง

สรุป

การคุมหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดไม่ได้อยู่ที่สารตัวไหนแรงที่สุด แต่อยู่ที่จังหวะและความแม่นยำ เริ่มจากคลุกเมล็ดเพื่อซื้อเวลา 18–20 วันแรก เดินสำรวจ 5 จุด จุดละ 10 ต้นทุก 3–4 วัน ใช้เกณฑ์ 20% ในระยะยอดอ่อนตอนต้นเป็นตัวตัดสินใจ เฝ้าให้หนักตั้งแต่งอกถึงอายุ 30–43 วัน ใช้ชีวภัณฑ์ตอนหนอนยังวัยเล็กและใช้สารเคมีตามอัตราที่กรมวิชาการเกษตรแนะนำเมื่อถึงเกณฑ์ และที่สำคัญที่สุดคือพ่นให้ละอองลงไปในยอดจริง ๆ

หากต้องการคำแนะนำให้เหมาะกับแปลงของคุณ ทักทีมงานได้ที่นี่

อ่านต่อ

โรคราน้ำค้างข้าวโพด: อาการ วิธีแยกจากใบไหม้ และการคลุกเมล็ด · ข้าวโพดติดเมล็ดไม่เต็มฝัก: สาเหตุช่วงออกไหม และวิธีป้องกัน

พงษ์ปกรณ์ เศรษฐ์คุณาธิป — ผู้ดูแลแบรนด์เอฟอชและทีมให้คำปรึกษาเกษตรกร เขียนจากคำถามและปัญหาที่เจอในแปลงลูกค้าจริง
เกี่ยวกับผู้เขียน →
← กลับไปหน้าบทความ