ค่าความหวานอ้อย ซี.ซี.เอส. ตก: สาเหตุและสิ่งที่ทำได้ก่อนเปิดหีบ

โดย · เผยแพร่ 19 ตุลาคม 2569
ค่าความหวานอ้อย ซี.ซี.เอส. ตก: สาเหตุและสิ่งที่ทำได้ก่อนเปิดหีบ

ค่าความหวานอ้อย หรือค่า ซี.ซี.เอส. ถูกกำหนดจากสามเรื่องเกือบทั้งหมด คือพันธุ์ที่ปลูก อายุอ้อยตอนตัด และการคุมน้ำกับไนโตรเจนใน 2-3 เดือนสุดท้าย ไม่ใช่สิ่งที่พ่นเพิ่มได้ในสัปดาห์สุดท้าย สิ่งที่ทำได้จริงคือหยุดเร่งใบช่วงท้าย คุมน้ำให้อ้อยชะลอการเติบโต ตัดเมื่ออ้อยสุกแก่พอ และส่งเข้าหีบให้เร็วที่สุดหลังตัด บทความนี้ไล่ให้ครบว่าความหวานตกจากอะไร วัดและตัดสินใจอย่างไร และข้อผิดพลาดปลายฤดูที่ทำให้เสียราคาโดยไม่รู้ตัว

ค่าความหวานอ้อย (ซี.ซี.เอส.) คืออะไร และกำหนดราคาที่ได้แค่ไหน

ค่า ซี.ซี.เอส. (Commercial Cane Sugar) คือปริมาณน้ำตาลที่โรงงานหีบออกมาขายได้จริงจากอ้อย 100 กิโลกรัม ไทยใช้ระบบซื้อขายอ้อยตามค่าความหวานมาตั้งแต่ฤดูการผลิตปี 2535/36 โดยใช้ 10 ซี.ซี.เอส. เป็นค่ามาตรฐานอ้างอิงในการคำนวณราคา อ้อยที่ความหวานสูงกว่ามาตรฐานได้ราคาสูงขึ้นตามส่วน

ข้อมูลนี้มาจากสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เผยแพร่ผ่านฐานข้อมูลคำถามคำตอบทางการเกษตร สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ส่วนงานวิจัยในวารสารวิชาการเกษตรรายงานค่าเฉลี่ยความหวานของอ้อยในประเทศไว้ราว 12.56 ซี.ซี.เอส. ถ้าอ้อยของเราได้ต่ำกว่า 12 แปลว่ายังมีช่องให้ปรับ และส่วนใหญ่ปรับได้ที่จังหวะ ไม่ใช่ที่ต้นทุน

ไร่อ้อยสุกแก่พร้อมเก็บเกี่ยว ช่วงที่ค่าความหวานอ้อยสูงสุด
อ้อยที่สุกแก่พอดีคือจุดที่ค่าความหวานอ้อยกับน้ำหนักมาบรรจบกัน

อ้อยสะสมน้ำตาลช่วงไหน และควรตัดที่อายุเท่าไร

อ้อยเข้าระยะสุกแก่เมื่ออายุประมาณ 8 เดือนขึ้นไป ช่วงนี้อ้อยหยุดยืดปล้องใหม่และเปลี่ยนมาสะสมน้ำตาลในลำที่สร้างไว้แล้ว อยู่ในระยะนี้นานขึ้นภายในอายุที่เหมาะสม ความหวานยิ่งขึ้น การตัดอ้อยอายุน้อยกว่า 10 เดือนจึงมักได้ทั้งน้ำหนักและความหวานต่ำกว่าที่ควรได้

ข้อมูลพันธุ์อ้อยของกรมวิชาการเกษตรเห็นภาพชัด อ้อยพันธุ์เดียวกันเมื่ออายุ 9 เดือน ให้ผลผลิต 10.2 ตันต่อไร่ ความหวาน 13.6 ซี.ซี.เอส. แต่เมื่อถึงอายุ 12 เดือน ให้ผลผลิต 14.0 ตันต่อไร่ ความหวาน 14.4 ซี.ซี.เอส. คือได้น้ำหนักเพิ่มเกือบ 4 ตันต่อไร่และความหวานอีก 0.8 ซี.ซี.เอส. จากการรออีกสามเดือน

ชาวไร่ส่วนใหญ่เลือกวันตัดเองไม่ได้เต็มที่เพราะต้องรอคิวรถตัดและโควตาโรงงาน สิ่งที่ควบคุมได้จึงเป็นการวางแผนย้อนกลับ คือกะวันปลูกและวันใส่ปุ๋ยให้อ้อยสุกแก่พอดีกับคิวที่คาดว่าจะได้ ถ้าในไร่มีทั้งอ้อยตอกับอ้อยปลูกใหม่ ควรตัดอ้อยตอก่อนเพราะสุกแก่เร็วกว่า

ดูอย่างไรว่าอ้อยสุกแก่พร้อมตัดแล้ว

ดูสามอย่างคือลักษณะต้น ค่าบริกซ์ และอายุ อ้อยสุกแก่จะทิ้งใบล่างมาก ใบยอดสั้นและเหลืองลง ลำแข็งเคาะเสียงทึบ และค่าบริกซ์จากน้ำอ้อยที่โคนลำกับปลายลำจะใกล้เคียงกัน แปลว่าน้ำตาลเดินทั่วลำแล้ว

เครื่องวัดบริกซ์แบบพกพา (hand refractometer) ราคาไม่สูงและเป็นเครื่องมือเดียวกับที่ใช้ในงานวิจัยอ้อยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิธีใช้ในไร่ทำได้ง่าย

  • สุ่มลำอ้อยสมบูรณ์ 10 ลำกระจายทั่วแปลง ไม่เลือกเฉพาะลำใหญ่สุด
  • เอาน้ำอ้อยจากปล้องที่ 3 นับจากโคน และจากปล้องใต้ยอดที่คลี่ใบแล้ว
  • อ่านค่าทั้งสองจุดของลำเดียวกัน ถ้าปลายลำยังต่ำกว่าโคนชัดเจน แปลว่าน้ำตาลยังไม่ทั่วลำ ยังไม่ควรเร่งตัด
  • วัดซ้ำทุก 1-2 สัปดาห์ช่วงใกล้ตัด จะเห็นว่าความหวานยังขึ้นหรือเริ่มนิ่งแล้ว

ค่าบริกซ์ไม่เท่ากับ ซี.ซี.เอส. แต่ใช้เทียบแนวโน้มในแปลงเดียวกันได้ดี และเป็นข้อมูลเดียวที่ชาวไร่ใช้ตัดสินใจเองได้ก่อนรู้ผลโรงงาน

ค่าความหวานอ้อยตกเพราะอะไร

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือตัดอ้อยอายุน้อย น้ำหรือฝนลงมากใกล้วันตัด ใส่ไนโตรเจนช่วงท้ายจนอ้อยกลับไปเร่งใบ อ้อยล้มแล้วแตกหน่อใหม่ โรคและหนอนที่ทำให้ลำเสียหาย และตัดแล้วค้างไร่นาน เกือบทั้งหมดเป็นเรื่องการจัดการ ไม่ใช่เรื่องดิน

สาเหตุ เกิดอะไรขึ้นในลำอ้อย แก้หรือเลี่ยงอย่างไร
ตัดอายุน้อยกว่า 10 เดือน ยังอยู่ช่วงสร้างลำ น้ำตาลไม่เดินถึงปลายลำ วางแผนปลูกให้พอดีคิวตัด ถ้าต้องตัดเร็วให้เลือกแปลงอ้อยตอ
น้ำมากใกล้วันตัด อ้อยดูดน้ำเข้าลำ น้ำตาลถูกเจือจาง และอาจแตกยอดใหม่ หยุดให้น้ำล่วงหน้าตามชนิดดิน ถ้าฝนลงหนักให้เลื่อนตัด
ใส่ไนโตรเจนช่วงท้าย อ้อยเร่งใบ ใช้น้ำตาลที่สะสมไว้ไปสร้างใบใหม่ ให้ไนโตรเจนจบในช่วงแตกกอถึงย่างปล้อง ระยะสุกแก่ไม่ต้องใส่อีก
อ้อยล้มและแตกหน่อใหม่ หน่อใหม่ดึงน้ำตาลจากลำแม่ โคนลำที่ล้มยังเสี่ยงเน่า เลือกพันธุ์ลำแข็ง ไม่ใส่ไนโตรเจนเกิน คุมน้ำไม่ให้ดินแฉะ
โรคใบขาวและหนอนกออ้อย ใบขาวทำให้ต้นแคระไม่สร้างน้ำตาล หนอนกอทำให้ลำกลวงยอดแห้ง ใช้ท่อนพันธุ์สะอาด ขุดทำลายกออาการใบขาว สำรวจหนอนกอตามเกณฑ์

โรคและแมลงเป็นสาเหตุที่คนมองข้ามบ่อย เพราะไม่แสดงผลเป็นความหวานทันที แต่กินกำลังต้นมาตลอดฤดู กรมวิชาการเกษตรระบุว่าโรคใบขาวเสียหายต่อผลผลิตอ้อยในไทยมากที่สุดและแพร่ไปกับท่อนพันธุ์เป็นหลัก ถ้าแปลงเริ่มมีกออาการใบขาวต้องจัดการที่ท่อนพันธุ์ ตามที่เขียนไว้ในโรคใบขาวอ้อยและเหตุที่พ่นยาไม่หาย ส่วนลำที่ถูกหนอนกอเจาะจะกลวงและหักง่าย วิธีนับยอดแห้งอยู่ในคู่มือจัดการหนอนกออ้อย

ช่วง 1-2 เดือนก่อนตัด ควรทำอะไร และอะไรที่ทำไปก็ไม่ช่วย

สิ่งที่ช่วยได้จริงช่วงนี้มีไม่กี่อย่าง คือหยุดไนโตรเจน คุมน้ำให้อ้อยเริ่มขาดน้ำเล็กน้อยจนชะลอการเติบโต ป้องกันไฟลามเข้าแปลง และจัดคิวตัดกับคิวรถให้ต่อเนื่อง สิ่งที่ไม่ช่วยคือการพ่นอะไรเพื่อหวังให้ความหวานขึ้นในสัปดาห์สุดท้าย

เหตุผลคือน้ำตาลในลำมาจากใบที่สังเคราะห์แสงสะสมมาหลายเดือน ช่วงท้ายฤดูใบล่างทิ้งไปมากแล้ว การเติมอะไรตอนนั้นจึงเปลี่ยนความหวานได้น้อยมาก ช่วงที่ธาตุอาหารมีผลต่อความหวานจริงคือระยะแตกกอถึงย่างปล้อง เพราะเป็นช่วงสร้างจำนวนลำและความสูงลำ ซึ่งคือภาชนะที่จะใส่น้ำตาลในภายหลัง

เรื่องน้ำช่วงท้ายให้ดูดินเป็นหลัก

หลักคือทำให้อ้อยเริ่มรู้สึกแล้งเล็กน้อยก่อนตัดเพื่อให้หยุดเติบโตและเข้มขึ้น แต่ไม่ปล่อยแล้งจัดจนใบแห้งทั้งต้น เพราะอ้อยที่เครียดหนักจะหยุดสะสมน้ำตาลไปด้วย ดินทรายระบายน้ำเร็วต้องหยุดน้ำช้ากว่าดินเหนียวที่อุ้มน้ำนาน

เผาใบอ้อยก่อนตัด สาเหตุหนึ่งที่ค่าความหวานอ้อยต่ำ
การเผาใบก่อนตัดทำให้ตัดง่าย แต่แลกด้วยน้ำหนัก ความหวาน และอินทรียวัตถุที่ควรคืนลงดิน

ตัดแล้วค้างไร่ กับอ้อยไฟไหม้ ทำให้ความหวานหายไปแค่ไหน

อ้อยที่ตัดแล้วยังหายใจต่อและใช้น้ำตาลในลำเป็นพลังงาน ยิ่งค้างนานยิ่งเสียทั้งน้ำหนักและความหวาน และอ้อยไฟไหม้เสื่อมเร็วกว่าอ้อยสด ข้อมูลที่รวบรวมในเอกสารวิชาการเรื่องปัญหาอ้อยไฟไหม้ระบุว่าหากทิ้งไว้ 2 สัปดาห์ อ้อยสดน้ำหนักลดราว 14% ขณะที่อ้อยไฟไหม้ลดถึงราว 20%

ด้วยเหตุนี้แนวปฏิบัติที่ใช้กันคืออ้อยไฟไหม้ต้องตัดและส่งเข้าหีบภายใน 24 ชั่วโมง ถ้าไฟลามเข้าแปลงโดยไม่ตั้งใจ ให้รีบประสานคิวตัดและคิวรถทันที เพราะทุกวันที่รอคือน้ำหนักและความหวานที่หายไปจากตาชั่ง

งานวิจัยของกรมวิชาการเกษตรเรื่องการแก้ปัญหาการเผาใบอ้อยระบุว่าการเผาทำให้สูญเสียน้ำหนักอ้อย คุณภาพความหวานลดลง และทำลายอินทรียวัตถุที่ควรกลับคืนสู่ดิน ทำให้อ้อยตอแคระแกร็นมากขึ้น การเก็บใบคลุมดินแทนการเผาให้ผลตรงข้าม คือเก็บความชื้น ลดวัชพืช และคืนอินทรียวัตถุ สำคัญมากถ้าวางแผนปลูกอ้อยข้ามแล้งรอบใหม่

รถบรรทุกอ้อยส่งเข้าหีบ ค่าความหวานอ้อยลดตามเวลาที่ค้าง
ตัดแล้วขึ้นรถส่งโรงงานต่อเนื่อง คือวิธีรักษาค่าความหวานอ้อยที่ไม่ต้องลงทุนเพิ่ม

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยช่วงปลายฤดูอ้อย

ข้อผิดพลาดที่ทำให้เสียราคาซ้ำ ๆ คือใส่ไนโตรเจนรอบท้ายเพราะเห็นใบเหลือง ให้น้ำเต็มที่ก่อนตัดเพราะกลัวอ้อยเหี่ยว รับคิวตัดเร็วเกินอายุอ้อย และตัดกองค้างไร่เพราะรถไม่พอ ทุกข้อมาจากความตั้งใจดี แต่สวนทางกับการสะสมน้ำตาล

  • เห็นใบล่างเหลืองแล้วรีบใส่ปุ๋ย ใบล่างเหลืองและทิ้งใบในช่วงสุกแก่เป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่อาการขาดธาตุอาหารเสมอไป
  • ให้น้ำเต็มที่ก่อนตัด น้ำอ้อยเจือจางและอ้อยอาจกลับไปแตกยอด ความหวานตกทั้งที่อายุถึงแล้ว
  • ไม่เคยวัดบริกซ์เอง ไม่มีข้อมูลตัดสินใจเลย รู้ความหวานอีกครั้งก็ตอนโรงงานแจ้งผล ซึ่งแก้อะไรไม่ได้

เคสจริงจากแปลง

ผมยกสองเคสจากข้อมูลลูกค้าที่ทักเข้ามาคุยกับทีมเรา แบบไม่ระบุตัวบุคคล ให้เห็นว่าคำถามเรื่องอ้อยมักมาไม่ตรงจังหวะกับสิ่งที่อ้อยต้องการจริง ๆ

เคสที่ 1 ชาวไร่อ้อย 12 ไร่ จังหวัดพิษณุโลก ทักเข้ามาตอนอ้อยอายุ 5 เดือน ถามว่าช่วงนั้นควรดูแลอ้อยด้วยสูตรแบบไหน สำหรับกรณีแบบนี้ หลักวิชาการที่ควรยึดคือ อ้อยอายุ 5 เดือนยังอยู่ช่วงแตกกอต่อเนื่องถึงย่างปล้อง ยังไม่ใช่ช่วงสะสมน้ำตาล เป้าหมายจึงควรเป็นการสร้างจำนวนลำและความสูงลำให้ได้มากที่สุด คือให้ไนโตรเจนและโพแทสเซียมให้ทันก่อนอ้อยปิดร่อง และรักษาความชื้นในดินให้สม่ำเสมอ ไม่ปล่อยแล้งสลับแฉะ เพราะขนาดลำที่ได้ช่วงนี้คือภาชนะที่จะเก็บน้ำตาลในอีกห้าหกเดือนข้างหน้า

เคสที่ 2 ชาวไร่อ้อยพื้นที่มากกว่า 200 ไร่ ข้อมูลที่เรามีไม่ได้ระบุจังหวัด ทักมาถามอัตราใช้ต่อไร่ และถามว่าพ่นแล้วกี่วันจะเห็นผล ตอนนั้นอ้อยอายุ 8 เดือน สำหรับกรณีแบบนี้ หลักวิชาการที่ควรยึดคือ อ้อยอายุ 8 เดือนกำลังเข้าระยะสุกแก่ สิ่งที่กำหนดความหวานในรอบนั้นแล้วคือพันธุ์ อายุที่จะได้ตัด และการคุมน้ำกับไนโตรเจนช่วงท้าย ไม่ใช่สิ่งที่พ่นลงไปแล้วเห็นผลเป็นความหวานในไม่กี่วัน คำถามที่ได้ประโยชน์กว่าในจังหวะนี้คือจะวัดบริกซ์เทียบโคนลำกับปลายลำเมื่อไร และจะจัดลำดับตัดแปลงไหนก่อนหลัง

คำถามที่พบบ่อย

ค่าความหวานอ้อยกี่ ซี.ซี.เอส. ถือว่าดี

ระบบซื้อขายใช้ 10 ซี.ซี.เอส. เป็นค่ามาตรฐานอ้างอิง และงานวิจัยรายงานค่าเฉลี่ยของประเทศราว 12.56 ซี.ซี.เอส. ถ้าได้เกิน 12 ถือว่าดี ถ้าต่ำกว่า 11 ควรย้อนดูอายุอ้อยตอนตัด การให้น้ำช่วงท้าย และเวลาค้างไร่

อ้อยอายุ 8 เดือนตัดได้ไหม

ตัดได้แต่ไม่คุ้ม เพราะอ้อยเพิ่งเข้าระยะสุกแก่ น้ำตาลยังไม่เดินทั่วลำ ข้อมูลพันธุ์ของกรมวิชาการเกษตรแสดงว่าอ้อยอายุ 9 เดือนให้ 10.2 ตันต่อไร่ ความหวาน 13.6 ซี.ซี.เอส. แต่อายุ 12 เดือนให้ 14.0 ตันต่อไร่ ความหวาน 14.4 ซี.ซี.เอส. การรอให้ได้อายุจึงคุ้มกว่าเกือบทุกกรณี

พ่นอะไรช่วงใกล้ตัดช่วยเพิ่มค่าความหวานอ้อยได้จริงไหม

ช่วยได้น้อยมาก เพราะน้ำตาลในลำมาจากการสังเคราะห์แสงที่สะสมมาหลายเดือน ไม่ใช่จากสิ่งที่เติมช่วงสองสัปดาห์สุดท้าย ที่แย่กว่านั้นคือถ้าสิ่งที่พ่นมีไนโตรเจนสูง อ้อยอาจกลับไปเร่งใบและดึงน้ำตาลที่สะสมไว้ไปใช้ ทำให้ความหวานตกลงกว่าเดิม

อ้อยไฟไหม้ต้องส่งเข้าหีบเร็วแค่ไหน

ภายใน 24 ชั่วโมงตามแนวปฏิบัติที่ใช้กัน เพราะอ้อยไฟไหม้เสื่อมเร็วกว่าอ้อยสด ข้อมูลที่รวบรวมไว้ระบุว่าหากทิ้งไว้ 2 สัปดาห์ อ้อยสดน้ำหนักลดราว 14% ส่วนอ้อยไฟไหม้ลดถึงราว 20% และกรมวิชาการเกษตรระบุว่าการเผาใบทำให้ความหวานลดลงและอ้อยตอแคระแกร็น

ตัดอ้อยแล้วค้างไร่ได้กี่วัน

ยิ่งน้อยวันยิ่งดี เพราะอ้อยที่ตัดแล้วยังหายใจต่อและใช้น้ำตาลในลำเป็นพลังงาน จึงเสียทั้งน้ำหนักและความหวานทุกวันที่ค้าง วิธีที่ได้ผลคือนัดคิวตัดกับคิวรถให้ต่อเนื่องกัน ตัดแล้วขึ้นรถส่งโรงงานเลย ไม่ตัดกองไว้รอรถ

แหล่งอ้างอิง

สรุป

ค่าความหวานอ้อยไม่ใช่เรื่องโชค แต่เป็นผลรวมของพันธุ์ที่เลือก อายุอ้อยตอนตัด และวินัยเรื่องน้ำกับไนโตรเจนช่วงสุดท้าย เริ่มจากสามอย่างที่ทำได้ทันทีในรอบนี้ คือวัดบริกซ์เทียบโคนลำกับปลายลำก่อนตัดสินใจตัด หยุดไนโตรเจนและคุมน้ำเมื่ออ้อยเข้าระยะสุกแก่ และจัดคิวตัดกับคิวรถให้อ้อยไม่ค้างไร่ สามข้อนี้ไม่มีต้นทุนเพิ่ม แต่เห็นผลที่ตาชั่งจริง

หากต้องการคำแนะนำให้เหมาะกับแปลงของคุณ ทักทีมงานได้ที่นี่

พงษ์ปกรณ์ เศรษฐ์คุณาธิป — ผู้ดูแลแบรนด์เอฟอชและทีมให้คำปรึกษาเกษตรกร เขียนจากคำถามและปัญหาที่เจอในแปลงลูกค้าจริง
เกี่ยวกับผู้เขียน →
← กลับไปหน้าบทความ