โรคใบขาวอ้อย: ทำไมพ่นยาไม่หาย และต้องจัดการที่ท่อนพันธุ์

โรคใบขาวอ้อย พ่นสารเคมีแล้วไม่หาย เพราะเกิดจากเชื้อไฟโตพลาสมาที่อยู่ในท่อลำเลียงอาหารภายในต้นอ้อย และยังไม่มีพันธุ์ต้านทาน สิ่งที่จัดการได้จริงมีสามเรื่อง คือ ใช้ท่อนพันธุ์ปลอดเชื้อ ขุดกอที่เป็นโรคออกทั้งเหง้า และทำให้อ้อยไม่เครียดด้วยการจัดสมดุลธาตุอาหารกับน้ำ
โรคใบขาวอ้อยเกิดจากอะไร ทำไมพ่นยาแล้วไม่หาย
โรคใบขาวอ้อยเกิดจากเชื้อไฟโตพลาสมา ขนาดเพียง 80–100 นาโนเมตร ไม่มีผนังเซลล์ อาศัยในท่อลำเลียงอาหารภายในเนื้อเยื่ออ้อย และมีชีวิตอยู่ได้เฉพาะในเซลล์พืชที่ยังมีชีวิต สารพ่นทางใบจึงเข้าไม่ถึงตัวเชื้อ กรมวิชาการเกษตรระบุว่ายังไม่มีพันธุ์อ้อยต้านทานโรคนี้
เพราะเชื้ออยู่ข้างในลำ โรคจึงเดินทางไปกับท่อนพันธุ์เป็นหลัก เมื่อตัดลำจากกอที่มีเชื้อไปทำพันธุ์ หน่อที่งอกใหม่จะมีเชื้อติดไปทั้งแปลง อีกเส้นทางคือแมลงพาหะ คือเพลี้ยจักจั่น Matsumuratettix hiroglyphicus และ Yamatotettix flavovittatus ซึ่งขยายพันธุ์ได้ดีในดินทราย
อาการโรคใบขาวอ้อยเป็นแบบไหน เห็นชัดช่วงไหน
อาการเริ่มจากใบมีสีเขียวอ่อน ขาว หรือขาวสลับเขียวตามแนวยาวของเส้นกลางใบ เพราะคลอโรฟิลล์ถูกทำลาย ใบเรียวแคบและต้นแคระแกร็น ช่วงที่สังเกตง่ายที่สุดคือระยะแตกกอ เพราะใบที่เกิดใหม่จะเป็นสีขาวชัดเจน ถ้ารุนแรงจะขาวทั้งกอ
กรมวิชาการเกษตรระบุว่าอาการเห็นชัดในดินทรายมากกว่าดินเหนียว และอ้อยตอพบมากกว่าอ้อยปลูก เพราะเชื้อสะสมตามรุ่น
- ใบขาวหรือขาวสลับเขียวตามแนวเส้นกลางใบ ใบเรียวแคบกว่าปกติ
- ต้นแคระแกร็น บางกอแตกหน่อฝอยสีขาวคล้ายหญ้า
- หน่อที่ขาวตั้งแต่เริ่มงอกจะไม่ฟื้นและตายในที่สุด

แยกโรคใบขาวอ้อยจากอาการขาดธาตุอย่างไร
ดูการกระจายตัวและรูปแบบของสี โรคใบขาวอ้อยจะขาวเป็นแถบตามแนวเส้นกลางใบและเกิดเป็นกอ ๆ โดยกอข้างเคียงอาจปกติดี ส่วนอาการขาดธาตุอาหารมักเกิดเป็นบริเวณกว้างและสัมพันธ์กับสภาพดิน
ข้อควรระวังที่กรมวิชาการเกษตรบันทึกไว้คือ อาการเส้นกลางใบเหลืองมักถูกเข้าใจผิดว่าขาดธาตุอาหารหรือเป็นผลจากความแล้ง แต่สังเกตให้ดีจะพบว่าบางครั้งไม่เกิดในกอข้าง ๆ กัน และบางกอจะแตกหน่อสีขาวซีดออกมา การอ่านอาการขาดธาตุอาหารจากใบพืชให้เป็นจะช่วยตัดตัวเลือกได้เร็วขึ้น
| สิ่งที่สังเกต | โรคใบขาวอ้อย | อาการขาดธาตุอาหาร |
|---|---|---|
| สาเหตุ | ไฟโตพลาสมาในท่อลำเลียงอาหาร | ธาตุอาหารในดินหรือในพืชไม่สมดุล |
| รูปแบบสี | ขาวสลับเขียวตามแนวเส้นกลางใบ | เหลืองซีดทั้งใบ หรือเหลืองระหว่างเส้นใบ |
| การกระจาย | เป็นกอ ๆ กอข้างเคียงอาจปกติ | บริเวณกว้าง ตามสภาพดิน |
| หน่อฝอยสีขาว | พบได้ | ไม่พบ |
| พ่นสารรักษาได้ | ไม่ได้ | แก้ที่ธาตุอาหาร ดีขึ้นชัด |
อ้อยติดเชื้อแต่ไม่แสดงอาการ เสียหายแค่ไหน
ต้นอ้อยที่ได้รับเชื้อแต่ยังแข็งแรงจะไม่ปรากฏอาการ เรียกว่าอาการแฝง แต่ผลผลิตลดลงแล้วตั้งแต่ 6.1–74.4 เปอร์เซ็นต์ ตามรายงานที่กรมวิชาการเกษตรอ้างอิง และเมื่อนำไปทำพันธุ์ หน่อใหม่จะแสดงอาการ แล้วรุนแรงมากในอ้อยตอจนไม่ให้ผลผลิต
งานวิจัยกรมวิชาการเกษตรตรวจปริมาณเชื้อด้วยเทคนิค PCR พบว่าเชื้อตั้งแต่ 100 copy ต่อไมโครลิตร ในดีเอ็นเออ้อย 25 นาโนกรัม ชักนำให้แสดงอาการได้ ระดับ 10 copy หรือน้อยกว่ายังไม่แสดงอาการ สิ่งที่นำไปใช้ได้ทันทีคือ กอที่ดูปกติในแปลงที่เคยมีใบขาวไม่ได้แปลว่าปลอดเชื้อ
ทำไมปีที่แล้งจัดจึงเห็นอ้อยใบขาวมากขึ้น
เพราะการแสดงอาการไม่ได้ขึ้นกับปริมาณเชื้อเพียงอย่างเดียว ศูนย์วิจัยพืชไร่ขอนแก่นสรุปว่าเกิดจากปฏิสัมพันธ์ของ 3 ปัจจัย คือ ความแข็งแรงของอ้อยและท่อนพันธุ์ สภาพแวดล้อมที่ทำให้อ้อยเครียดทั้งธาตุอาหารและน้ำ และปริมาณเชื้อในเนื้อเยื่อ เมื่ออ้อยเครียด เชื้อระดับเดิมก็กระตุ้นให้แสดงอาการได้
การติดตามปริมาณเชื้อตลอดปีพบว่าเชื้อเพิ่มขึ้นเมื่อเข้าหน้าแล้งและเพิ่มอีกเมื่อเข้าหน้าฝน ต้นที่แสดงอาการหลังกระทบแล้งแล้วได้น้ำ บางต้นใบที่เคยขาวกลับเขียวคืนได้ แต่ต้นที่ขาวตั้งแต่เริ่มงอกจะไม่ฟื้น การเตรียมแปลงไม่ให้อ้อยกระทบแล้งรุนแรงจึงคุ้มค่า ดูเพิ่มในการจัดการแปลงช่วงฝนชุก
เลือกและเตรียมท่อนพันธุ์อ้อยสะอาดอย่างไร
การใช้ท่อนพันธุ์สะอาดปลอดโรคเป็นวิธีที่ดีที่สุด ตามข้อสรุปของกรมวิชาการเกษตร ในการทดลองพบว่าแปลงที่ใช้ท่อนพันธุ์จากแปลงอ้อยสะอาดไม่พบกอเป็นโรคใบขาวเลย ขณะที่แปลงที่ใช้ท่อนพันธุ์จากแปลงเป็นโรคยังพบกอเป็นโรค แม้ผ่านการแช่มาแล้ว
แช่น้ำร้อนและแช่สารละลายสังกะสี
สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายแนะนำแช่ท่อนพันธุ์ในน้ำร้อน 50 องศาเซลเซียส นาน 2 ชั่วโมง ส่วนรายงานที่กรมวิชาการเกษตรอ้างถึงระบุว่าการแช่น้ำร้อน 2 รอบ ที่ 52 และ 50 องศาเซลเซียส กำจัดเชื้อได้ดี
ส่วนการแช่สารละลายซิงค์ซัลเฟต งานวิจัยพบว่าความเข้มข้นที่เหมาะสมคือ ZnSO4 1 เปอร์เซ็นต์ นาน 15–20 นาที ถ้าเกิน 1 เปอร์เซ็นต์จะทำให้ตาอ้อยตายและไม่งอก และถ้าใช้ท่อนพันธุ์สะอาดอยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องแช่
เทคนิคงดน้ำเพื่อคัดต้นที่ยังมีเชื้อ
เทคนิคที่กรมวิชาการเกษตรใช้ทำแปลงพันธุ์สะอาดคือ งดน้ำ 1 เดือนหลังปลูก เพื่อให้ต้นที่ยังมีเชื้อแสดงอาการออกมา แล้วกำจัดต้นใบขาวทิ้ง เท่ากับใช้ความเครียดเล็กน้อยคัดกรองตั้งแต่ต้นฤดู ส่วนอ้อยเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อไม่ได้ปลอดเชื้อโดยอัตโนมัติ ถ้าตรวจคัดกรองไม่ดีจะเป็นการขยายต้นที่ติดเชื้อแฝง
จัดการแปลงอย่างไรให้โรคใบขาวอ้อยเบาลง
เมื่อพ่นสารรักษาไม่ได้ การจัดการจึงเป็นแบบผสมผสานสามขา คือ ขุดกอที่เป็นโรคออกทันทีที่พบ จัดสมดุลธาตุอาหารตามค่าวิเคราะห์ดินให้อ้อยแข็งแรงจนไม่แสดงอาการ และใช้พืชหมุนเวียนในพื้นที่เสี่ยง
ขุดกอที่เป็นโรคทิ้ง
กรมวิชาการเกษตรระบุว่าหากพบกอเป็นโรคใบขาวควรขุดทิ้งออกจากแปลง จึงจะลดการเป็นโรคและยังเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ จุดที่ต้องเน้นคือขุดทั้งกอรวมเหง้า ไม่ใช่แค่ตัดลำที่ขาว แล้วนำออกไปทำลายนอกแปลง
จัดสมดุลธาตุอาหารตามค่าวิเคราะห์ดิน
งานวิจัยพบว่าอ้อยที่แสดงอาการใบขาวมักมีฟอสฟอรัสมากเกินไป และมีสังกะสีกับแมกนีเซียมน้อยกว่าปกติ อัตราที่กรมวิชาการเกษตรแนะนำจากการทดลองใน 9 จังหวัด มีดังนี้
| ธาตุอาหาร | ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ระบาดรุนแรง) | ภาคกลางและภาคตะวันตก |
|---|---|---|
| ไนโตรเจน | 27 กิโลกรัมต่อไร่ | 18–27 กิโลกรัมต่อไร่ |
| ฟอสเฟต (P2O5) | 6–9 กิโลกรัมต่อไร่ | 3–6 กิโลกรัมต่อไร่ |
| โพแทส (K2O) | 12–18 กิโลกรัมต่อไร่ | 12–18 กิโลกรัมต่อไร่ |
| โดโลไมท์ | 25–75 กิโลกรัมต่อไร่ | 25–30 กิโลกรัมต่อไร่ |
| ZnSO4.7H2O | 3.8–7.6 กิโลกรัมต่อไร่ | 3.8–7.6 กิโลกรัมต่อไร่ |
ตัวเลขเหล่านี้เป็นกรอบ ต้องใส่ตามค่าวิเคราะห์ดินของแปลงตัวเอง เช่น สกลนครและนครสวรรค์ไม่ต้องใส่สังกะสี
ปลูกพืชหมุนเวียนในพื้นที่ที่ระบาดซ้ำ
โรคใบขาวมักพบซ้ำในแหล่งที่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งมักเป็นดินทราย งานวิจัยกรมวิชาการเกษตรพบว่าการปลูกอ้อยตามถั่วลิสงพบโรคใบขาวเฉลี่ยเพียงร้อยละ 0.6 และตามถั่วมะแฮะร้อยละ 1.28

ลดประชากรแมลงพาหะ
เพราะแมลงพาหะทำให้แปลงที่เคยสะอาดกลับมาติดเชื้อใหม่ได้ การป้องกันกำจัดเพลี้ยจักจั่นจึงต้องเน้นระยะต้นกล้าและอ้อยเล็ก การพ่นให้ตรงช่วงสำคัญกว่าพ่นถี่ อ่านเพิ่มที่ฉีดพ่นตอนไหนดี
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเรื่องโรคใบขาวอ้อย
ข้อผิดพลาดที่ทำให้โรคใบขาวอ้อยลุกลามมากที่สุดคือการพ่นสารเพื่อหวังรักษา ซึ่งเสียเงินโดยไม่ได้ผล และการตัดท่อนพันธุ์จากแปลงที่เคยมีใบขาวเพราะเห็นว่ากอนั้นดูปกติ
- พ่นสารกำจัดเชื้อราเพื่อรักษาใบขาว ทั้งที่ไม่มีสารพ่นที่รักษาได้
- ตัดท่อนพันธุ์จากแปลงที่เคยพบใบขาว โดยเลี่ยงแค่กอที่ขาวชัด แต่กอที่ดูปกติอาจมีเชื้อแฝง
- ใส่ปุ๋ยสูตรเดิมทุกปีโดยไม่วิเคราะห์ดิน จนฟอสฟอรัสเกินและสังกะสีขาด
เคสจริงจากแปลง
จากคำถามที่เกษตรกรทักเข้ามาคุยกับทีมเรา สองเคสนี้สะท้อนช่องว่างที่พบบ่อย คือวางแผนดูแลกลางฤดูโดยยังไม่ได้วางแผนเรื่องท่อนพันธุ์ เล่าแบบนิรนามเฉพาะข้อมูลที่บันทึกไว้
เคสที่ 1 อ้อย 12 ไร่ จังหวัดพิษณุโลก อ้อยอายุ 5 เดือน
เคสนี้ปลูกอ้อย 12 ไร่ ที่จังหวัดพิษณุโลก อ้อยอายุ 5 เดือน และทักเข้ามาถามว่าช่วงอายุนี้ควรใช้อะไรจึงจะเหมาะสม
สำหรับกรณีแบบนี้ หลักวิชาการที่ควรยึดคือ อ้อยอายุ 5 เดือนยังเดินสำรวจใบขาวได้ก่อนทรงพุ่มปิดแถว จึงควรใช้จังหวะนี้นับกอที่มีอาการและขุดกอที่เป็นโรคออกให้หมด เพราะถ้ารอถึงใกล้เก็บเกี่ยวจะมองเห็นยาก และแปลงนี้จะกลายเป็นแหล่งตัดท่อนพันธุ์ที่พาเชื้อไปรุ่นต่อไป ส่วนปัจจัยที่ใส่ควรยึดค่าวิเคราะห์ดิน เพราะพิษณุโลกอยู่ในเขตที่แนะนำฟอสเฟตอัตราต่ำถึงปานกลาง การเติมฟอสฟอรัสเกินกลับส่งเสริมการแสดงอาการใบขาว
เคสที่ 2 ปลูกหลายพืชรวมอ้อย ประมาณ 30–40 ไร่ พ่นด้วยโดรน
อีกเคสปลูกข้าวโพด ข้าว มันสำปะหลัง และอ้อย ประมาณ 30–40 ไร่ พ่นด้วยโดรนโดยใช้น้ำ 150 ลิตร และสอบถามเรื่องการผสมสารร่วมกับยาหนอน
สำหรับกรณีแบบนี้ หลักวิชาการที่ควรยึดคือ ต้องแยกให้ชัดว่าปัญหาใดแก้ได้ด้วยการพ่นและปัญหาใดแก้ไม่ได้ แผนพ่นจัดการหนอนได้ แต่โรคใบขาวอ้อยไม่มีสารพ่นที่รักษาได้ จึงต้องไปจัดการที่ท่อนพันธุ์แทน อีกประเด็นคือโดรนใช้น้ำน้อยกว่าเครื่องยนต์มาก ความเข้มข้นในถังจึงต้องคำนวณจากอัตราต่อไร่ ไม่ใช่ต่อถัง ดูเพิ่มในคู่มือการใช้โดรนเกษตร
คำถามที่พบบ่อย
โรคใบขาวอ้อยมียาพ่นรักษาไหม
ไม่มียาพ่นที่รักษาโรคใบขาวอ้อยได้ เพราะเชื้อไฟโตพลาสมาอยู่ในท่อลำเลียงอาหารภายในต้น สารที่พ่นทางใบเข้าไม่ถึง และยังไม่มีพันธุ์ต้านทาน การจัดการที่ได้ผลคือใช้ท่อนพันธุ์สะอาด ขุดกอที่เป็นโรคออก และจัดสมดุลธาตุอาหารกับน้ำให้อ้อยไม่เครียด
อ้อยใบขาวต้องขุดทิ้งทั้งกอหรือตัดแค่ลำที่ขาว
ต้องขุดทั้งกอรวมเหง้าออกจากแปลง ไม่ใช่ตัดเฉพาะลำที่ขาว เพราะเชื้ออยู่ในเนื้อเยื่อทั้งกอ ถ้าตัดแค่ส่วนที่เห็น หน่อใหม่จากเหง้าเดิมจะขาวอีก กรมวิชาการเกษตรระบุว่าการขุดทิ้งช่วยลดการเป็นโรคและยังเก็บเกี่ยวผลผลิตได้
แช่ท่อนพันธุ์อ้อยน้ำร้อนกี่องศา นานเท่าไร
สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายแนะนำแช่ในน้ำร้อน 50 องศาเซลเซียส นาน 2 ชั่วโมง ส่วนรายงานที่กรมวิชาการเกษตรอ้างถึงระบุว่าการแช่น้ำร้อน 2 รอบ ที่ 52 และ 50 องศาเซลเซียส กำจัดเชื้อได้ดี การแช่ช่วยลดเชื้อ แต่ไม่ดีเท่าการเริ่มจากแปลงพันธุ์ที่สะอาด
แปลงที่เคยเป็นโรคใบขาวอ้อย ตัดท่อนพันธุ์ใช้ต่อได้ไหม
ไม่ควรใช้ เพราะอ้อยที่ติดเชื้อแต่ยังแข็งแรงจะไม่แสดงอาการ เรียกว่าอาการแฝง กอที่ดูปกติจึงอาจมีเชื้ออยู่ และผลผลิตลดลงแล้วตั้งแต่ 6.1–74.4 เปอร์เซ็นต์ เมื่อนำไปทำพันธุ์หน่อใหม่จะแสดงอาการและรุนแรงมากในอ้อยตอ
ปลูกพืชอะไรหมุนเวียนก่อนอ้อยช่วยลดโรคใบขาวได้
งานวิจัยกรมวิชาการเกษตรพบว่าการปลูกอ้อยตามถั่วลิสงเหลือโรคใบขาวเฉลี่ยร้อยละ 0.6 และตามถั่วมะแฮะร้อยละ 1.28 ให้ผลผลิตเฉลี่ย 12.8 และ 13.8 ตันต่อไร่ วิธีนี้เหมาะกับดินทรายที่โรคกลับมาซ้ำทุกรุ่น
แหล่งอ้างอิง
- กรมวิชาการเกษตร — โครงการวิจัยและพัฒนาการป้องกันกำจัดโรคใบขาวอ้อย (2564)
- สถาบันวิจัยพืชไร่และพืชทดแทนพลังงาน กรมวิชาการเกษตร — องค์ความรู้เรื่องอ้อย
- กรมส่งเสริมการเกษตร — เอกสารเตือนภัยโรคใบขาวอ้อย
- กรมวิชาการเกษตร — คู่มือนักปรับปรุงพันธุ์อ้อย
สรุป
โรคใบขาวอ้อย จัดการด้วยการพ่นไม่ได้ เพราะเชื้ออยู่ในท่อลำเลียงอาหารของต้นอ้อยและยังไม่มีพันธุ์ต้านทาน สิ่งที่ทำได้จริงคือเริ่มจากท่อนพันธุ์สะอาด ขุดกอที่เป็นโรคออกทั้งเหง้าทันทีที่พบ ใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินโดยไม่ให้ฟอสฟอรัสเกิน และในดินทรายที่โรคกลับมาซ้ำให้ใช้พืชหมุนเวียนอย่างถั่วลิสงก่อนลงอ้อย
หากต้องการคำแนะนำให้เหมาะกับแปลงของคุณ ทักทีมงานได้ที่นี่
อ่านต่อ
ปลูกอ้อยข้ามแล้ง: ปลูกเดือนไหน เตรียมดิน และกลบดินให้งอกรอด · ค่าความหวานอ้อย ซี.ซี.เอส. ตก: สาเหตุและสิ่งที่ทำได้ก่อนเปิดหีบ
เกี่ยวกับผู้เขียน →