ปุ๋ยทางใบมันสำปะหลังระยะลงหัว: ธาตุที่ต้องเน้นและช่วงเวลาที่ควรพ่น

โดย · เผยแพร่ 23 กันยายน 2569
ปุ๋ยทางใบมันสำปะหลังระยะลงหัว: ธาตุที่ต้องเน้นและช่วงเวลาที่ควรพ่น

การให้ ปุ๋ยทางใบมันสำปะหลัง ในระยะลงหัวคุ้มที่สุดเมื่อต้นอายุราว 2-6 เดือน และต้องเลือกธาตุให้ตรงกับอาการที่เห็นบนใบ ไม่ใช่พ่นตามปฏิทิน ธาตุที่ขาดบ่อยช่วงนี้คือโพแทสเซียม แมกนีเซียม และสังกะสี ซึ่งแยกจากกันได้จากตำแหน่งที่อาการขึ้น สองตัวแรกขึ้นที่ใบแก่ ส่วนสังกะสีขึ้นที่ใบอ่อน บทความนี้สรุปวิธีดูให้ออก เกณฑ์ตัดสินใจว่าเมื่อไรควรพ่น และเทคนิคพ่นให้ใบรับธาตุไว้ได้จริง

มันสำปะหลังระยะลงหัวคืออายุกี่เดือน

มันสำปะหลังเริ่มสร้างหัวสะสมอาหารตั้งแต่อายุราว 1-2 เดือน และเข้าสู่ระยะลงหัวอย่างจริงจังราว 2-4 เดือนหลังปลูก จากนั้นหัวจะกลายเป็นแหล่งรับอาหารหลักไปจนเก็บเกี่ยว อาหารที่ใบสร้างขึ้นถูกส่งลงไปสะสมที่หัวแทนที่จะเลี้ยงลำต้น ความสมบูรณ์ของใบช่วงนี้จึงมีผลต่อผลผลิตมากที่สุด

ไทม์ไลน์ที่ใช้วางแผนได้

ช่วงอายุ สิ่งที่เกิดขึ้นกับต้น สิ่งที่ควรโฟกัส
1-2 เดือน ตั้งต้น แตกราก สร้างใบ เริ่มสร้างหัว คุมวัชพืช สร้างพื้นที่ใบให้พอ
2-4 เดือน เข้าระยะลงหัว หัวเป็นแหล่งรับอาหารหลัก รักษาใบให้เขียว ตรวจอาการขาดธาตุ
4-8 เดือน หัวขยายขนาดและสะสมแป้ง ประคองใบไม่ให้ร่วงเร็ว ระวังไรแดงและความแห้งแล้ง
8 เดือนขึ้นไป สะสมแป้งเต็มที่ การเจริญทางใบชะลอ วางแผนเก็บเกี่ยว
แปลงมันสำปะหลังทรงพุ่มปิดแถวในระยะลงหัว ช่วงที่ควรเน้นปุ๋ยทางใบมันสำปะหลัง
เมื่อทรงพุ่มปิดแถว ละอองที่พ่นจะเข้าถึงใบชั้นล่างได้ยาก ทั้งที่อาการขาดโพแทสเซียมเริ่มจากใบล่าง

ปุ๋ยทางใบมันสำปะหลังช่วยอะไรได้ และช่วยอะไรไม่ได้

ปุ๋ยทางใบใช้แก้อาการขาดธาตุเฉพาะหน้าและเติมจุลธาตุที่พืชต้องการปริมาณน้อยได้ดี แต่แทนปุ๋ยทางดินไม่ได้ เพราะธาตุหลักอย่างไนโตรเจนและโพแทสเซียมที่มันสำปะหลังต้องการมีปริมาณมากเกินกว่าที่ใบจะรับไหว ผสมเข้มเกินไปใบจะไหม้ก่อนได้ประโยชน์

อีกสถานการณ์ที่ปุ๋ยทางใบมีค่าคือเมื่อรากทำงานได้ไม่เต็มที่ เช่น ดินแน่น ดินแห้งจนธาตุไม่ละลาย หรือค่ากรด-ด่างทำให้ธาตุถูกตรึง กรณีเหล่านี้ธาตุมีในดินแต่พืชเอาขึ้นมาใช้ไม่ได้

องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ให้หลักไว้ว่า ระยะเริ่มต้นควรให้ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมในสัดส่วนใกล้เคียงกัน แต่เมื่อปลูกซ้ำที่เดิมหลายปีต้องปรับให้ชดเชยธาตุที่ถูกขนออกไปกับหัว โดยเฉพาะโพแทสเซียม

ระยะลงหัวควรเน้นธาตุอาหารอะไรบ้าง

ธาตุที่ควรเฝ้าระวังที่สุดมีสามตัว คือโพแทสเซียมซึ่งกำหนดว่าแป้งจะถูกส่งลงหัวหรือค้างที่ใบ แมกนีเซียมซึ่งเป็นแกนกลางของคลอโรฟิลล์ และสังกะสีซึ่งขาดบ่อยในดินด่าง ทั้งสามแยกกันได้จากตำแหน่งที่อาการปรากฏ

โพแทสเซียม ตัวกำหนดว่าแป้งจะลงหัวหรือค้างที่ใบ

เมื่อต้นได้รับโพแทสเซียมพอ น้ำตาลและแป้งที่ค้างในใบจะถูกลำเลียงลงไปสะสมที่หัว ถ้าขาด พืชยังสังเคราะห์แสงได้แต่ขนส่งอาหารลงหัวไม่ดี จึงเห็นต้นใหญ่ใบงามแต่หัวเล็ก อาการเริ่มที่ใบล่างก่อน

แมกนีเซียม ตัวกลางของการสังเคราะห์แสง

ถ้าขาดแมกนีเซียม พื้นที่ใบที่ใช้งานได้จริงจะลดลงทั้งที่ใบยังติดบนต้น แปลงที่พบบ่อยคือดินทรายที่ชะล้างง่าย และดินที่มีโพแทสเซียมสูงจนแข่งกับการดูดแมกนีเซียม อาการขึ้นที่ใบล่างเช่นกัน

สังกะสี จุลธาตุที่ขาดบ่อยกว่าที่คิด

ศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ กรมวิชาการเกษตร ระบุว่าอาการขาดสังกะสีแสดงที่ใบอ่อนหรือใบยอดก่อน โดยเนื้อใบระหว่างเส้นใบมีจุดหรือแถบสีเหลืองซีดถึงขาว ใบย่นผิดรูป แซกใบแคบลง ที่ขึ้นที่ใบอ่อนเพราะสังกะสีเคลื่อนย้ายในต้นได้ไม่ดี ดินที่เสี่ยงคือดินด่าง

สังกะสีเป็นธาตุที่มีคำแนะนำอัตราชัดเจนจากทางราชการ ศูนย์วิจัยฯ แนะนำให้แช่ท่อนพันธุ์ในสารละลายซิงค์ซัลเฟต (ZnSO4.7H2O) 0.4-0.8 กิโลกรัมต่อน้ำ 20 ลิตร นาน 15 นาทีก่อนปลูก ส่วนแปลงที่ปลูกไปแล้ว ใช้ซิงค์ซัลเฟต 0.8 กิโลกรัมต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นทางใบเมื่ออายุ 1, 2 และ 3 เดือนหลังปลูก

ส่วนโบรอนและจุลธาตุอื่น ช่วงระหว่างปริมาณที่พอดีกับที่เป็นพิษแคบมาก จึงควรพ่นเมื่อมีอาการบ่งชี้หรือมีผลวิเคราะห์ดินรองรับ

ใบมันสำปะหลังเหลืองแบบไหน ขาดธาตุอะไร

ให้ดูก่อนว่าอาการขึ้นที่ใบแก่หรือใบอ่อน ธาตุที่เคลื่อนย้ายในต้นได้อย่างไนโตรเจน โพแทสเซียม และแมกนีเซียม จะถูกดึงจากใบแก่ไปเลี้ยงยอด อาการจึงโผล่ที่ใบล่างก่อน ส่วนสังกะสีจะแสดงที่ใบอ่อน จากนั้นดูว่าเหลืองทั้งใบ เหลืองเฉพาะขอบใบ หรือเหลืองเป็นลายระหว่างเส้นใบ

ใบมันสำปะหลังสีเขียวอมเหลืองระยะใกล้ ใช้อ่านอาการก่อนเลือกปุ๋ยทางใบมันสำปะหลัง
ใบที่เปลี่ยนสีคือใบแก่ชั้นล่างหรือใบอ่อนที่ยอด สองตำแหน่งนี้ชี้ไปคนละกลุ่มธาตุ
ตำแหน่งที่แสดงอาการ ลักษณะที่เห็น ธาตุที่น่าสงสัย สิ่งที่ควรตรวจเพิ่ม
ใบล่างหรือใบแก่ เหลืองทั้งใบสม่ำเสมอ ใบร่วงเร็ว ต้นโตช้า ไนโตรเจน ประวัติใส่ปุ๋ย ฝนชะล้าง วัชพืช
ใบล่างหรือใบแก่ ขอบใบเหลืองแล้วแห้งไล่จากปลายใบเข้ามา กลางใบยังเขียว โพแทสเซียม ประวัติปลูกซ้ำที่เดิม
ใบล่างหรือใบแก่ เหลืองระหว่างเส้นใบเป็นลายตาข่าย เส้นใบยังเขียว แมกนีเซียม เนื้อดินเป็นทราย สัดส่วนโพแทสเซียม
ใบอ่อนหรือใบยอด จุดหรือแถบเหลืองซีดถึงขาวระหว่างเส้นใบ แซกใบแคบผิดรูป สังกะสี ค่ากรด-ด่างของดิน ประวัติใส่ปูน

ก่อนสรุปว่าขาดธาตุ ควรตัดสาเหตุอื่นออกก่อน ทั้งไรแดงที่ทำให้ใบมีจุดซีดคล้ายกัน สารกำจัดวัชพืชที่ปลิวมาโดนใบ และรากที่เสียหายจากน้ำขัง อ่านเพิ่มที่ อ่านอาการขาดธาตุอาหารจากใบพืช

ควรพ่นปุ๋ยทางใบมันสำปะหลังเมื่อไร ใช้เกณฑ์อะไรตัดสิน

ควรพ่นเมื่ออาการกระจายเป็นบริเวณกว้าง ชัดพอจะระบุธาตุได้ และต้นอยู่ในช่วงอายุ 2-6 เดือนซึ่งยังมีเวลาตอบสนอง ถ้าใบยังเขียวสม่ำเสมอตามอายุ ไม่ต้องพ่น ให้ใช้งบไปกับการคุมวัชพืชและการจัดการน้ำแทน ส่วนต้นที่ใกล้เก็บเกี่ยวหรือรากเสียหายจากน้ำขัง การพ่นทางใบไม่ช่วย

  • เฝ้าระวัง เห็นอาการที่ใบล่างประปรายไม่กี่ต้น ให้ทำเครื่องหมายต้นตัวอย่าง ถ่ายรูปจากมุมเดิม แล้วดูซ้ำใน 7-10 วัน
  • ควรพ่น อาการกระจายกว้าง ชัดพอจะระบุธาตุได้ และต้นอายุ 2-6 เดือน
  • พ่นไม่ช่วยแล้ว ต้นใกล้เก็บเกี่ยว ใบร่วงจนเหลือพื้นที่ใบน้อย หรือรากเสียหายจากน้ำขัง กรณีหลังต้องแก้ที่การระบายน้ำก่อน

วิธีสำรวจคือเดินทแยงมุมข้ามแปลง หยุดดูเป็นจุด แล้วนับว่ากี่ต้นใน 10 ต้นที่แสดงอาการ

พ่นปุ๋ยทางใบมันสำปะหลังอย่างไรให้ใบรับไว้จริง

หัวใจมีสามข้อ คือพ่นช่วงเช้าตรู่ถึงสายหรือบ่ายแก่ถึงเย็นให้ละอองมีเวลาซึมก่อนแห้ง ยึดอัตราตามฉลากโดยไม่เพิ่มความเข้มข้นเอง และใช้สารช่วยกระจายเพราะผิวใบมันสำปะหลังมีไขเคลือบจนละอองกลิ้งหลุดง่าย

เลือกเวลาให้ละอองมีเวลาซึม

ปุ๋ยทางใบต้องอยู่บนผิวใบในสภาพที่ยังไม่แห้งสนิทนานพอให้ธาตุซึมเข้าไป ช่วงแดดจัดกลางวันจึงควรเลี่ยง เพราะละอองแห้งเร็วจนธาตุตกค้างเป็นผลึก ไม่ถูกดูดซึมและเสี่ยงใบไหม้ ลมแรงและฝนที่ตามมาเร็วก็ทำให้สูญเปล่า อ่านเพิ่มที่ ฉีดพ่นตอนไหนดี อุณหภูมิ ลม ความชื้น และเวลาที่ควรเลี่ยง

ยึดอัตราตามฉลากเสมอ

อัตราการผสมต่างกันตามสูตรและความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์ จึงไม่มีอัตรากลางที่ใช้ได้ทุกยี่ห้อ การเพิ่มความเข้มข้นเองเพราะคิดว่าจะได้ผลเร็วขึ้นคือสาเหตุของใบไหม้ที่พบบ่อยที่สุด

ใบมันสำปะหลังเปียกยากกว่าที่คิด

ละอองที่พ่นไปมักเกาะเป็นหยดกลมแล้วกลิ้งลงพื้นแทนที่จะแผ่คลุมผิวใบ การใช้สารช่วยกระจายตามอัตราที่ฉลากกำหนดช่วยให้ละอองแผ่ตัวและเกาะได้ดีขึ้น แต่ต้องลองผสมในแก้วเล็กก่อนเทลงถังใหญ่ ถ้าเห็นตะกอนหรือแยกชั้นแปลว่าเข้ากันไม่ได้ ลำดับการผสมอ่านเพิ่มที่ เทคนิคการผสมปุ๋ยทางใบกับสารจับใบ

พ่นให้ทั่วและเว้นระยะให้เหมาะ

แปลงที่ทรงพุ่มปิดแถวแล้วต้องพ่นให้ถึงใบชั้นกลางและใบล่าง ไม่ใช่คลุมเฉพาะยอด เพราะอาการขาดโพแทสเซียมและแมกนีเซียมเริ่มที่ใบล่าง ส่วนความถี่ พ่นซ้ำห่างกันหนึ่งถึงสองสัปดาห์ได้ผลดีกว่าอัดเข้มข้นครั้งเดียว

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในแปลงมันสำปะหลัง

ข้อผิดพลาดที่ทำให้เสียเงินฟรีที่สุดคือใช้ปุ๋ยทางใบแทนปุ๋ยทางดิน พ่นตอนแดดจัด และพ่นโดยยังไม่รู้ว่าต้นขาดธาตุอะไร ทั้งสามข้อทำให้ต้นทุนเพิ่มโดยผลผลิตไม่ขยับ

  • ใช้ปุ๋ยทางใบแทนปุ๋ยทางดิน ลดปุ๋ยทางดินแล้วไปเพิ่มการพ่น ทำให้ผลผลิตลดลงทั้งที่ต้นทุนไม่ได้ลดตาม
  • พ่นตอนแดดจัดเพราะสะดวก เป็นช่วงที่ละอองแห้งเร็วและเสี่ยงใบไหม้มากที่สุด
  • พ่นโดยไม่รู้ว่าขาดธาตุอะไร อาการเหลืองมีได้หลายสาเหตุ เดาผิดคือเสียทั้งค่าปุ๋ยและเวลา
  • มองข้ามรากและน้ำ ถ้ารากเสียหายจากน้ำขังหรือดินแน่น การเติมทางใบช่วยได้ชั่วคราว ต้นเหตุยังอยู่ที่ดิน
  • ใช้ถังที่เคยผสมสารกำจัดวัชพืชโดยไม่ล้าง สารตกค้างทำให้ใบผิดรูป มักถูกวินิจฉัยผิดเป็นโรค

เคสจริงจากแปลง

จากคำถามเรื่องมันสำปะหลังที่ทักเข้ามาหาทีมเรา มีสองเรื่องที่ต้องตั้งหลักให้ถูกก่อนเลือกว่าจะพ่นอะไร คืออายุต้น และปริมาณน้ำต่อไร่เมื่อพ่นด้วยโดรน

เคสที่ 1 ถามเรื่องการบำรุง แต่ยังไม่ได้บอกอายุต้น

เกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลังรายหนึ่งทักมาถามเรื่องการบำรุง เมื่อถูกถามกลับว่าต้นอายุกี่เดือนก็ยังไม่ได้ตอบต่อ ทั้งที่อายุต้นคือสิ่งที่ต้องรู้ก่อน เพราะคำตอบต่างกันคนละทางระหว่างต้นอายุไม่ถึง 3 เดือนที่ยังต้องสร้างใบ กับต้นที่เข้าระยะลงหัวแล้ว

สำหรับกรณีแบบนี้ หลักวิชาการที่ควรยึดคือหาวันปลูกจากสมุดจดหรือใบเสร็จค่าท่อนพันธุ์ก่อน แล้วค่อยเดินดูใบว่าอาการขึ้นที่ใบล่างหรือใบยอด ถ้ายังไม่มีอาการชัดและต้นโตตามอายุ ยังไม่ต้องรีบพ่น เรายังไม่มีข้อมูลผลผลิตย้อนกลับจากรายนี้ จึงเล่าได้แค่คำถามและแนวทาง

เคสที่ 2 แปลงพืชไร่ผสม 30-40 ไร่ พ่นด้วยโดรน น้ำ 150 ลิตร

อีกรายปลูกข้าวโพด ข้าว มันสำปะหลัง และอ้อย รวมราว 30-40 ไร่ ใช้โดรนพ่นโดยผสมน้ำครั้งละ 150 ลิตร และอยากนำสารบำรุงไปผสมกับยากำจัดหนอนในถังเดียว

สำหรับกรณีแบบนี้ ประเด็นที่ต้องระวังคือ การพ่นด้วยโดรนใช้น้ำต่อไร่น้อยกว่าถังสะพายหลังมาก อัตราที่ฉลากกำหนดจึงต้องคิดเป็นปริมาณต่อไร่ ไม่ใช่ต่อถัง ถ้าเอาอัตราต่อถังเดิมมาใส่ถังโดรนที่คลุมพื้นที่มากกว่า ความเข้มข้นต่อลิตรจะสูงจนเสี่ยงใบไหม้

คำถามที่พบบ่อย

มันสำปะหลังอายุเท่าไรจึงเริ่มพ่นปุ๋ยทางใบได้ผลดีที่สุด

ช่วงที่คุ้มที่สุดคือตั้งแต่เริ่มลงหัวถึงระยะขยายหัว หรือราว 2-6 เดือนหลังปลูก เพราะหัวกำลังดึงอาหารจากใบอย่างหนักและต้นยังมีเวลาตอบสนอง ถ้าต้นเลย 8 เดือนและใบร่วงไปมาก การพ่นมักไม่ทันเปลี่ยนผลผลิตฤดูนั้น

ใบล่างเหลืองแปลว่าขาดปุ๋ยเสมอไปหรือไม่

ไม่เสมอไป อาจเกิดจากใบแก่ตามอายุ จากน้ำขังจนรากทำงานไม่ได้ หรือจากไรแดง จุดที่ใช้แยกคือรูปแบบของอาการ เหลืองทั้งใบสม่ำเสมอมักเกี่ยวกับไนโตรเจน เหลืองเฉพาะขอบใบมักเกี่ยวกับโพแทสเซียม เหลืองเป็นลายระหว่างเส้นใบมักเกี่ยวกับแมกนีเซียม

พ่นปุ๋ยทางใบมันสำปะหลังแล้วอีกกี่วันจึงเห็นผล

ธาตุที่พ่นทางใบถูกดูดซึมได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน แต่สิ่งที่ใช้ประเมินผลคือใบชุดใหม่ที่แตกหลังพ่น ไม่ใช่ใบเดิมที่แสดงอาการไปแล้ว เพราะเนื้อใบที่เสียหายมักไม่กลับมาเขียว ให้ดูซ้ำที่ยอดใหม่ราวหนึ่งถึงสองสัปดาห์หลังพ่น

มันสำปะหลังขาดสังกะสีแก้อย่างไร

ศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ กรมวิชาการเกษตร แนะนำให้แช่ท่อนพันธุ์ด้วยซิงค์ซัลเฟต 0.4-0.8 กิโลกรัมต่อน้ำ 20 ลิตร นาน 15 นาทีก่อนปลูก ส่วนแปลงที่ปลูกไปแล้วให้พ่นทางใบด้วยซิงค์ซัลเฟต 0.8 กิโลกรัมต่อน้ำ 20 ลิตร เมื่ออายุ 1, 2 และ 3 เดือนหลังปลูก หรือเมื่อเห็นอาการที่ใบอ่อน

แหล่งอ้างอิง

สรุป

การใช้ ปุ๋ยทางใบมันสำปะหลัง ให้ได้ผลไม่ได้อยู่ที่สูตรไหนดีที่สุด แต่อยู่ที่การพ่นถูกธาตุ ถูกจังหวะ ถูกวิธี เริ่มจากรู้ว่าต้นอายุกี่เดือนและเข้าระยะลงหัวแล้วหรือยัง เดินดูใบเพื่อแยกว่าอาการขึ้นที่ใบแก่หรือใบอ่อน ตัดสาเหตุอย่างไรแดงและน้ำขังออกก่อน แล้วจึงเลือกธาตุที่ตรงกับอาการ ส่วนปุ๋ยทางดินตามค่าวิเคราะห์ดินยังเป็นฐานหลัก

หากต้องการคำแนะนำให้เหมาะกับแปลงของคุณ ทักทีมงานได้ที่นี่

อ่านต่อ

โรคใบด่างมันสำปะหลัง อาการและการจัดการ · เพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง อาการและการแช่ท่อนพันธุ์ · เปอร์เซ็นต์แป้งมันสำปะหลัง อายุเก็บเกี่ยวและสาเหตุที่แป้งต่ำ

พงษ์ปกรณ์ เศรษฐ์คุณาธิป — ผู้ดูแลแบรนด์เอฟอชและทีมให้คำปรึกษาเกษตรกร เขียนจากคำถามและปัญหาที่เจอในแปลงลูกค้าจริง
เกี่ยวกับผู้เขียน →
← กลับไปหน้าบทความ