ข้าวระยะตั้งท้อง: ใส่ปุ๋ยอะไร ดูแลน้ำอย่างไรให้รวงเต็ม

ข้าวระยะตั้งท้อง คือช่วงที่ต้นข้าวสร้างช่อดอกและกำหนดจำนวนเมล็ดต่อรวงไปแล้ว งานที่ทำได้จริงจึงเหลือสามเรื่อง คือใส่ปุ๋ยไนโตรเจนแต่งหน้าให้ทันที่ระยะกำเนิดช่อดอก ซึ่งอยู่ราว 30 วันก่อนข้าวออกดอก รักษาน้ำในแปลงไม่ให้ขาด และเดินสำรวจโรคแมลงถี่ขึ้นเพื่อกันความเสียหายที่คอรวง ถ้าเลยช่วงนี้ไปแล้ว การเติมไนโตรเจนหนัก ๆ ไม่ได้เพิ่มเมล็ด แต่เพิ่มโอกาสต้นล้ม บทความนี้เรียงให้ชัดว่าช่วงไหนทำอะไร ตามคำแนะนำของกรมการข้าว
ข้าวระยะตั้งท้องคือช่วงไหน นับจากอะไร
ข้าวระยะตั้งท้องคือช่วงที่ช่อดอกในกาบใบขยายตัวจนลำต้นส่วนบนพองขึ้นก่อนโผล่รวง จุดที่ใช้ตัดสินใจเรื่องปุ๋ยคือระยะกำเนิดช่อดอก ซึ่งอยู่ประมาณ 30 วันก่อนข้าวออกดอกตามคำแนะนำของกรมการข้าว ไม่ใช่นับจากวันหว่านอย่างเดียว
การนับจากอายุข้าวใช้ได้เฉพาะพันธุ์ไม่ไวต่อช่วงแสง เพราะกลุ่มนี้ออกดอกตามอายุ ปลูกเดือนไหนก็นับไปข้างหน้าได้ แต่พันธุ์ไวต่อช่วงแสงออกดอกตามความยาวของวัน ข้อมูลพันธุ์ของกรมการข้าวระบุว่าขาวดอกมะลิ 105 ออกดอกประมาณวันที่ 20 ตุลาคม และเก็บเกี่ยวได้ประมาณวันที่ 20 พฤศจิกายนของทุกปี
เท่ากับว่าถ้าแปลงเป็นข้าวหอมมะลิ ช่วงกำเนิดช่อดอกจะตกราวกลางถึงปลายเดือนกันยายน และต้นเดือนตุลาคมคือช่วงที่ข้าวเข้าสู่ระยะตั้งท้องเต็มตัว แปลงที่หว่านช้ากว่าแต่เป็นพันธุ์เดียวกันก็จะออกรวงใกล้เคียงกัน ต่างกันที่ต้นเล็กกว่าเพราะมีเวลาสร้างต้นน้อยกว่า
วิธีเช็กว่าข้าวเข้าระยะกำเนิดช่อดอกแล้วหรือยัง
ให้สุ่มผ่าลำต้นข้าวจากกอที่สมบูรณ์ 3-5 จุดทั่วแปลง แล้วดูในกาบใบธง ถ้าพบช่อดอกอ่อนสีขาวเล็ก ๆ แปลงนั้นเข้าระยะกำเนิดช่อดอกแล้ว ช่อดอกแรกเล็กมากจนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น และจะเห็นชัดขึ้นราว 10 วันถัดมา โดยทั่วไปพบเมื่อข้าวอายุราว 55-60 วันในพันธุ์อายุปานกลาง
สัญญาณภายนอกที่ใช้ร่วมได้มีสามอย่าง คือการแตกกอหยุดนิ่ง ใบธงเริ่มตั้งชันและสั้นกว่าใบล่าง และโคนลำต้นส่วนบนเริ่มกลมพองเมื่อคลึงด้วยนิ้ว สัญญาณเหล่านี้บอกทิศทางได้ แต่ถ้าจะตัดสินใจเรื่องปุ๋ยควรผ่าดูจริง เพราะคลาดเคลื่อนสัปดาห์เดียวก็เปลี่ยนผลไปมาก และแปลงเดียวกันมักไม่พร้อมกันทั้งผืน ที่ลุ่มจะช้ากว่าที่ดอน ให้ยึดพื้นที่ส่วนใหญ่ของแปลงเป็นหลัก

ข้าวตั้งท้องใส่ปุ๋ยอะไร อัตราเท่าไร
ปุ๋ยที่ใช้ช่วงนี้คือไนโตรเจนแต่งหน้าครั้งที่สอง ใส่ที่ระยะกำเนิดช่อดอกหรือราว 30 วันก่อนออกดอก คำแนะนำของกรมการข้าวสำหรับข้าวนาปีพันธุ์ไวต่อช่วงแสงอยู่ที่ยูเรีย 46-0-0 ประมาณ 10 กิโลกรัมต่อไร่ ส่วนพันธุ์ไม่ไวต่อช่วงแสงที่ตอบสนองปุ๋ยสูงกว่าใช้ได้ถึง 10-15 กิโลกรัมต่อไร่ หรือแอมโมเนียมซัลเฟต 21-0-0 ราว 25-30 กิโลกรัมต่อไร่
เหตุที่ครั้งนี้เน้นไนโตรเจนตัวเดียว เพราะฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมควรให้ไปแล้วตอนปุ๋ยรองพื้นหรือครั้งแรกหลังปักดำ ธาตุสองตัวนี้เคลื่อนที่ในดินช้า หว่านตามหลังตอนตั้งท้องจึงได้ประโยชน์น้อย ขณะที่ไนโตรเจนช่วงกำเนิดช่อดอกมีผลตรงต่อจำนวนเมล็ดต่อรวง
| สิ่งที่ต้องรู้ | ข้าวไวต่อช่วงแสง (นาปี เช่น ขาวดอกมะลิ 105) | ข้าวไม่ไวต่อช่วงแสง (ปลูกได้ทั้งนาปี นาปรัง) |
|---|---|---|
| จังหวะใส่ปุ๋ยครั้งที่สอง | ระยะกำเนิดช่อดอก ราว 30 วันก่อนออกดอก นับย้อนจากวันออกดอกประจำพันธุ์ | ระยะกำเนิดช่อดอก นับจากอายุข้าวได้ |
| อัตรายูเรีย 46-0-0 | ประมาณ 10 กิโลกรัมต่อไร่ | ประมาณ 10-15 กิโลกรัมต่อไร่ |
| ทางเลือกอื่น | แอมโมเนียมซัลเฟต 21-0-0 ราว 25-30 กิโลกรัมต่อไร่ | แอมโมเนียมซัลเฟต 21-0-0 ราว 25-30 กิโลกรัมต่อไร่ |
| ข้อควรระวัง | ลำต้นสูงราว 140 เซนติเมตร ฟางอ่อน ใส่ไนโตรเจนเกินแล้วล้มง่าย | ต้นเตี้ยกว่าและทนปุ๋ยสูงกว่า แต่เกินก็ทำให้โรคเข้าง่าย |
ก่อนหว่านปุ๋ยต้องจัดการน้ำให้ได้ก่อน ควรมีน้ำบาง ๆ ขังนิ่งในแปลงและไม่มีน้ำไหลผ่าน การหว่านยูเรียลงแปลงที่แห้งแตกระแหงหรือกำลังปล่อยน้ำเข้าออก ทำให้ปุ๋ยสูญเสียไปมาก และแปลงที่วัชพืชหนาควรจัดการวัชพืชก่อน ไม่อย่างนั้นปุ๋ยจะถูกวัชพืชใช้แข่งกับข้าว

ใส่ปุ๋ยช้าไปหรือมากไปแล้วเกิดอะไรขึ้น
ถ้าใส่ไนโตรเจนช้ากว่าระยะกำเนิดช่อดอกมาก จำนวนเมล็ดต่อรวงถูกกำหนดไปแล้ว ปุ๋ยที่เติมจึงไปลงที่ใบและลำต้นมากกว่ารวง ผลคือต้นเขียวเข้ม ใบบังกันแน่น ความชื้นในทรงพุ่มสูง และเสี่ยงต้นล้มเมื่อเจอฝนกับลมช่วงออกรวง
การใส่มากเกินไปให้ผลคล้ายกัน และเพิ่มความรุนแรงของโรคใบและคอรวง ข้าวหอมมะลิเสี่ยงกว่าพันธุ์อื่นเพราะลำต้นสูงราว 140 เซนติเมตรและฟางอ่อนตามลักษณะประจำพันธุ์ ต้นที่ล้มช่วงติดเมล็ดทำให้เมล็ดลีบและเก็บเกี่ยวยาก
ถ้ารู้ตัวว่าเลยจังหวะไปแล้ว ทางที่เสียหายน้อยที่สุดคือไม่เร่งปุ๋ยเพิ่ม แต่ย้ายไปลงแรงกับการคุมน้ำและการสำรวจโรคแมลงให้ทัน ซึ่งยังช่วยรักษาน้ำหนักเมล็ดได้จริง
ระดับน้ำช่วงตั้งท้องถึงออกรวงควรเท่าไร
ช่วงตั้งท้องถึงออกรวงเป็นช่วงที่ขาดน้ำไม่ได้ คำแนะนำการจัดการน้ำในนาข้าวให้ขังน้ำประมาณ 5 เซนติเมตรเหนือผิวดินในระยะแตกกอถึงโผล่รวง และเพิ่มได้ราว 7-10 เซนติเมตรช่วงตั้งท้องถึงออกดอก เพื่อให้ความชื้นพอต่อการผสมเกสร แล้วระบายน้ำออกก่อนเก็บเกี่ยว 7-10 วัน
แปลงที่ทำนาเปียกสลับแห้งต้องหยุดปล่อยให้แห้งในช่วงนี้ เพราะการขาดน้ำตอนตั้งท้องและออกดอกกระทบผลผลิตมากกว่าระยะอื่น ผลคือเมล็ดลีบและเมล็ดดีต่อรวงลดลง ซึ่งแก้คืนไม่ได้ในรอบนั้น
- แปลงนาน้ำฝนที่คุมน้ำเข้าไม่ได้ ให้ปิดคันนาให้แน่น อุดรอยรั่ว และเก็บน้ำฝนช่วงนี้ไว้ให้มากที่สุด
- แปลงในเขตชลประทาน ให้วางรอบส่งน้ำให้ตรงกับช่วงตั้งท้องถึงออกดอกของแปลงตัวเอง ไม่ใช่ยึดตามแปลงข้างเคียงที่หว่านต่างเวลา
- ถ้าฝนตกหนักจนน้ำท่วมยอด ให้ระบายออกให้เร็วที่สุด เพราะข้าวที่จมมิดยอดหลายวันช่วงตั้งท้องเสียหายสูง
- ก่อนเก็บเกี่ยว 7-10 วันจึงระบายน้ำออก เพื่อให้ข้าวสุกแก่สม่ำเสมอและรถเกี่ยวลงแปลงได้
โรคและแมลงที่ต้องเฝ้าระวังช่วงข้าวตั้งท้อง
ช่วงตั้งท้องถึงออกรวง ความเสียหายแปลงเป็นผลผลิตทันที เพราะเป้าหมายของโรคและแมลงย้ายจากใบไปที่คอรวงและเมล็ด สี่อย่างที่ต้องเดินดูทุก 5-7 วันคือโรคไหม้คอรวง โรคขอบใบแห้ง เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลที่โคนกอ และหนอนที่กัดกินใบธง
ดูอะไรตรงไหน
- คอรวงและใบธง พลิกดูรอยแผลสีน้ำตาลรอบคอรวง ซึ่งเป็นจุดเริ่มของการหักคอรวง เกณฑ์ตัดสินใจอยู่ในบทความ โรคไหม้คอรวงข้าว อาการและวิธีป้องกันก่อนรวงหัก
- โคนกอ แหวกกอดูที่ระดับน้ำว่ามีเพลี้ยเกาะหรือไม่ ต้องนับตัวต่อกอจริง ไม่ใช่ดูจากใบเหลืองเป็นวงอย่างเดียว
- ใบธงและใบที่สอง ถ้าเสียหายมากช่วงนี้ ต้นจะสะสมแป้งเข้าเมล็ดได้น้อยลง เกณฑ์การนับใบเสียหายอยู่ในบทความ หนอนห่อใบข้าว วิธีนับใบเสียหายและเกณฑ์ตัดสินใจพ่น
- บริเวณที่ใบเขียวเข้มกว่าส่วนอื่น มักเป็นจุดที่ปุ๋ยลงซ้ำและโรคเริ่มก่อน
เมื่อจำเป็นต้องพ่น ให้เลือกเวลาที่ละอองเกาะใบได้ดีและไม่ปลิวทิ้ง ช่วงข้าวออกดอกควรเลี่ยงการพ่นกลางวันที่ร้อนและลมแรงเพราะกระทบการผสมเกสร แนวทางเลือกเวลาพ่นอยู่ในบทความ ฉีดพ่นตอนไหนดี อุณหภูมิ ลม ความชื้น และเวลาที่ควรเลี่ยง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยช่วงข้าวตั้งท้อง
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยที่สุดคือยึดอายุข้าวเป็นตัวตั้งทั้งที่ปลูกพันธุ์ไวต่อช่วงแสง ทำให้ใส่ปุ๋ยแต่งหน้าคลาดจากระยะกำเนิดช่อดอกไปหลายสัปดาห์ รองลงมาคือใส่ปุ๋ยสูตรรวมซ้ำตอนตั้งท้อง และปล่อยแปลงแห้งในช่วงที่ขาดน้ำไม่ได้
- นับวันออกดอกจากวันหว่านในพันธุ์ไวต่อช่วงแสง ควรนับย้อนจากวันออกดอกประจำพันธุ์
- หว่านยูเรียตอนแปลงแห้งหรือน้ำไหลเข้าออก ควรให้มีน้ำบาง ๆ ขังนิ่งก่อนหว่าน
- เพิ่มปุ๋ยไนโตรเจนเพราะเห็นใบไม่เขียวพอ ทั้งที่อาการเหลืองอาจมาจากน้ำขังจัด รากไม่ทำงาน หรือขาดธาตุอื่น
- พ่นสารตามรอบปฏิทินโดยไม่เดินดูแปลง ทำให้พ่นตอนไม่จำเป็นและพลาดตอนที่ควรพ่นจริง
- ปล่อยแปลงแห้งเพื่อประหยัดน้ำช่วงตั้งท้องถึงออกดอก ซึ่งเป็นช่วงที่ขาดน้ำแล้วเสียหายมากที่สุด
เคสจริงจากแปลง
ในแชทที่ทีมเราได้รับ คำถามเรื่องจังหวะการดูแลข้าวช่วงท้ายฤดูมาบ่อยกว่าคำถามเรื่องอาการโรค ขอยกมาสองเคสแบบไม่ระบุตัวบุคคล เล่าเท่าที่บันทึกไว้จริง
เคสแรกเป็นเกษตรกรจังหวัดเชียงใหม่ที่ปลูกข้าวโพด ลำไย และข้าว พื้นที่ที่ระบุไว้คือข้าวโพด 3.4 ไร่ คำถามที่ทักมาคือจะดูแลข้าวช่วงออกรวงก่อนเก็บเกี่ยวอย่างไร พร้อมถามเรื่องลำไยที่มีปัญหาหนอนและแมลง สำหรับกรณีแบบนี้ หลักวิชาการที่ควรยึดคือ ถ้าข้าวโผล่รวงแล้วถือว่าพ้นจังหวะปุ๋ยไนโตรเจนแต่งหน้าที่ระยะกำเนิดช่อดอกไปแล้ว งานที่ยังให้ผลคือรักษาน้ำไม่ให้ขาดจนถึงระยะน้ำนม เดินดูคอรวงกับใบธงทุก 5-7 วัน และระบายน้ำออกก่อนเก็บเกี่ยว 7-10 วัน
เคสที่สองเป็นเกษตรกรที่ระบุเพียงว่าปลูกข้าว ไม่ได้บอกจังหวัดและพื้นที่ คำถามสั้นมากคือข้าวควรพ่นช่วงไหน สำหรับกรณีแบบนี้ หลักวิชาการที่ควรยึดคือตอบด้วยระยะของข้าวในแปลงก่อน ไม่ใช่ด้วยปฏิทิน เพราะระยะแตกกอ ระยะกำเนิดช่อดอก และระยะออกรวง มีเป้าหมายและข้อควรเลี่ยงต่างกัน การรู้ว่าแปลงอยู่ระยะไหน พันธุ์ไวต่อช่วงแสงหรือไม่ และมีอาการอะไรให้เห็น จึงต้องมาก่อนการตัดสินใจพ่นทุกครั้ง
คำถามที่พบบ่อย
ข้าวตั้งท้องใส่ปุ๋ยอะไรดี
ใส่ปุ๋ยไนโตรเจนแต่งหน้าที่ระยะกำเนิดช่อดอก ราว 30 วันก่อนออกดอก คำแนะนำของกรมการข้าวใช้ยูเรีย 46-0-0 ประมาณ 10 กิโลกรัมต่อไร่ในพันธุ์ไวต่อช่วงแสง และ 10-15 กิโลกรัมต่อไร่ในพันธุ์ไม่ไวต่อช่วงแสง หรือแอมโมเนียมซัลเฟต 21-0-0 ราว 25-30 กิโลกรัมต่อไร่
ข้าวตั้งท้องกี่วันออกรวง
ระยะกำเนิดช่อดอกอยู่ราว 30 วันก่อนข้าวออกดอก เมื่อผ่าพบช่อดอกอ่อนในกาบใบธงแล้ว ให้นับว่าอีกราวหนึ่งเดือนข้าวจะออกดอก ส่วนขาวดอกมะลิ 105 ซึ่งไวต่อช่วงแสง ออกดอกประมาณวันที่ 20 ตุลาคม และเก็บเกี่ยวประมาณวันที่ 20 พฤศจิกายน
ใส่ปุ๋ยตอนข้าวออกรวงแล้วยังทันไหม
ไม่ทันสำหรับเป้าหมายเพิ่มจำนวนเมล็ดต่อรวง เพราะจำนวนเมล็ดถูกกำหนดตั้งแต่ระยะกำเนิดช่อดอก การเติมไนโตรเจนหลังโผล่รวงมักได้ใบเขียวเข้มและเสี่ยงต้นล้มกับโรคคอรวงมากขึ้น ช่วงนั้นควรลงแรงกับการคุมระดับน้ำและการสำรวจโรคแมลงแทน
ข้าวตั้งท้องต้องขังน้ำลึกเท่าไร
ให้ขังน้ำประมาณ 5 เซนติเมตรเหนือผิวดินช่วงแตกกอถึงโผล่รวง และเพิ่มได้ราว 7-10 เซนติเมตรช่วงตั้งท้องถึงออกดอก เพื่อให้ความชื้นพอต่อการผสมเกสร จากนั้นระบายน้ำออกก่อนเก็บเกี่ยว 7-10 วัน และห้ามปล่อยแปลงแห้งช่วงตั้งท้องถึงออกดอก
ข้าวตั้งท้องพ่นยาได้ไหม ควรพ่นตอนไหน
พ่นได้เมื่อการสำรวจแปลงบอกว่าถึงเกณฑ์จริง แต่ควรเลี่ยงช่วงกลางวันที่ร้อนและลมแรง และเลี่ยงการพ่นตรงช่วงข้าวบานดอกเพราะกระทบการผสมเกสร เวลาที่ละอองเกาะใบดีที่สุดคือช่วงเช้าหลังน้ำค้างแห้งหรือช่วงเย็นที่ลมสงบ
ข้าวตั้งท้องใบเหลือง ควรเพิ่มปุ๋ยเลยไหม
อย่าเพิ่มปุ๋ยจนกว่าจะรู้สาเหตุ ใบเหลืองช่วงตั้งท้องเกิดได้จากน้ำขังลึกจนรากทำงานไม่ดี โรคที่โคนกอ เพลี้ยดูดน้ำเลี้ยง หรือขาดธาตุอื่นที่ไม่ใช่ไนโตรเจน ให้ดูตำแหน่งใบที่เหลือง การกระจายในแปลง และโคนกอก่อน แล้วแก้ตามสาเหตุ
แหล่งอ้างอิง
- กรมการข้าว Rice Knowledge Bank การใส่ปุ๋ยเคมีในนาข้าว
- กรมการข้าว ลักษณะประจำพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105
- กรมการข้าว การจัดการน้ำในนาข้าว
- กรมชลประทาน คู่มือการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง
สรุป
งานสำคัญของข้าวระยะตั้งท้องอยู่ที่จังหวะมากกว่าปริมาณ ใส่ปุ๋ยไนโตรเจนแต่งหน้าให้ตรงระยะกำเนิดช่อดอกราว 30 วันก่อนออกดอก ด้วยยูเรีย 46-0-0 ประมาณ 10 กิโลกรัมต่อไร่ในพันธุ์ไวต่อช่วงแสง รักษาน้ำไม่ให้ขาดจนถึงออกดอกแล้วระบายออกก่อนเก็บเกี่ยว 7-10 วัน และเดินสำรวจคอรวงกับโคนกอทุก 5-7 วัน ทำสามเรื่องนี้ให้ตรงเวลา ได้ผลมากกว่าการเติมปุ๋ยตอนที่ข้าวกำหนดจำนวนเมล็ดไปแล้ว
หากต้องการคำแนะนำให้เหมาะกับแปลงของคุณ ทักทีมงานได้ที่นี่
อ่านต่อ
ระยะเก็บเกี่ยวข้าว: ดูอย่างไรว่าถึงเวลาเกี่ยว และควรระบายน้ำเมื่อไร · ไถกลบตอซังข้าว: ทิ้งไว้กี่วันก่อนปลูก และวิธีเลี่ยงข้าวเมาตอซัง
เกี่ยวกับผู้เขียน →